⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6805-6807/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6805-6807/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งเหตุ ศาลแรงงานมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวได้ และหากจำเลยประสงค์จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ ต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด หากพ้นกำหนดดังกล่าว ศาลมีคำสั่งยกคำร้องได้โดยไม่ต้องไต่สวน

ย่อคำพิพากษา

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ทั้งสามไว้พิจารณาโดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 37 แล้ว เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มาและศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามมาตรา 40 วรรคสอง จำเลยขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว จึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 41 ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.37 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๓ โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยโจทก์ทั้งสามไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๗๑๗ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๘๖๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๑ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๖๗๕ บาท และค่าชดเชย ๓๑,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๓,๔๐๒ บาท และค่าชดเชย ๑๔,๕๘๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๓ ในวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ โจทก์ทั้งสามมาศาล ส่วนจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ทำการไต่สวนและอนุญาตให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิพากษาคดีเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๓ จำเลยยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่โดยอ้างเหตุว่าไม่ได้จงใจขาดนัดในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๔๓ เกินกำหนด ๗ วัน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ (ที่ถูกมาตรา ๔๑) มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณา คดีใหม่ของจำเลย จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่าคำสั่งศาลแรงงานกลางที่สั่งให้ยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยโดยไม่ไต่สวนก่อนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องของโจทก์ทั้งสามไว้พิจารณาโดยกำหนดวันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ และออกหมายเรียกให้จำเลยมาศาลในวันนัดพร้อมกับส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดยชอบแล้ว จำเลยไม่โต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว เพียงแต่อ้างว่าพนักงานของจำเลยนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปเก็บลืมไว้เท่านั้น จึงต้องถือว่าจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๗ แล้ว เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามกำหนดโดยไม่แจ้งให้ศาลแรงงานกลางทราบเหตุที่ไม่มา และศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ทั้งสามไปฝ่ายเดียวจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ วรรคสอง จำเลยขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวจึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ ซึ่งบัญญัติไว้โดยเฉพาะให้ต้องดำเนินการภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว กรณีจึงต้องยกคำร้อง ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ ยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ไต่สวนจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6805 - 6807/2544 นายสมศักดิ์ พูนเพิ่มพันธ์ ที่ 1 กับพวก โจทก์ บริษัทโรงงานกระดาษหน่ำเฮี้ยง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมศักดิ์ พูนเพิ่มพันธ์ ที่ 1 กับพวก · จำเลย - บริษัทโรงงานกระดาษหน่ำเฮี้ยง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หัสดี ไกรทองสุก · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายอรรถพงษ์ กุลโชครังสรรค์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4838/2548ฎีกา 8374/2547ฎีกา 6514/2543ฎีกา 2599/2541ฎีกา 5111/2543ฎีกา 3042-3043/2560ฎีกา 1323/2530ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2049/2524ฎีกา 1773/2524ฎีกา 865-875/2530ฎีกา 2116-2118/2544ฎีกา 315-327/2543ฎีกา 7083/2544ฎีกา 23/2540ฎีกา 5076/2537ฎีกา 2957-2966/2527ฎีกา 5764/2541ฎีกา 97/2549ฎีกา 2114/2527ฎีกา 8233-8236/2547ฎีกา 8247/2549ฎีกา 4812/2542ฎีกา 3195/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา