คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7066/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบคดีให้ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ ไม่ทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีพ้นจากหน้าที่ในการติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิของตน และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความไม่ใช่เหตุที่จะยกขึ้นอ้างได้.
ย่อคำพิพากษา
ที่จำเลยอ้างว่า ได้มอบคดีและค่าทนายความให้ อ.ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้แล้ว แต่ อ.มิได้ ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งจำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดี แต่จำเลยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจได้ว่าผลของการคำพิพากษากระทบต่อเสรีภาพของตน จำเลยน่าจะต้องขวนขวายติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของตนแต่กลับมิได้ใส่ใจหรือขวนขวาย ทั้งข้ออ้างว่า รู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความ ก็มิใช่เหตุที่ยกขึ้นอ้างได้ และการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดก็เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องของทนายความ มิใช่เหตุสุดวิสัยจึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 ให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (8) วรรคแรก จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ต่อมาวันที่ 11 กรกฎาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไป 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 31 สิงหาคม 2543 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์เลยกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย ต่อมาวันที่ 12 กันยายน 2543 จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งนี้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในครั้งแรกแล้ว กรณีจะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้จึงต้องมีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่เหตุที่จำเลยอ้างว่าได้มอบคดีและค่าทนายความให้นายเอนก ทนายความดำเนินการยื่นอุทธรณ์ให้แล้ว แต่นายเอนกมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและไม่แจ้งให้จำเลยทราบ ทั้งจำเลยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้านคดีความนั้น ก็ปรากฏว่าจำเลยจบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จึงมีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจได้ว่าผลของคำพิพากษากระทบต่อเสรีภาพของตน น่าจะต้องขวนขวายติดตามคดีเพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของตน แต่กลับมิได้ใส่ใจหรือขวนขวายแต่อย่างใด ทั้งข้ออ้างว่าไม่รู้เท่าถึงการณ์ด้านคดีความก็มิใช่เหตุที่ยกขึ้นอ้างได้ และการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์พ้นกำหนดก็เป็นข้อผิดพลาดบกพร่องของทนายความ มิใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7066/2544
พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์
นางสาวนุศรา บัวบาน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นางสาวนุศรา บัวบาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรพินท์ เศรษฐมานิต · อภิชาต สุขัคคานนท์ · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายนพมาศ ดุลภัทร ปิ่นกระจาย · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา