คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7860/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน และให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 และศาลฎีกามีอำนาจลดโทษให้จำเลยได้ แม้ข้อหานั้นจะห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำความผิดของจำเลย พยานหลักฐานของโจทก์ได้มาสืบเนื่องจากคำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสิ้น ประกอบกับทางนำสืบของจำเลยในชั้นพิจารณาคดีของศาลก็เหมือนกับที่จำเลยให้การไว้ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จึงถือได้ว่าเป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78 ข้อหาความผิดซึ่งต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาก็มีอำนาจลดโทษให้จำเลยไปถึงข้อหานี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
(ปราโมทย์ ชพานนท์ - สุเมธ ตังคจิวางกูร - ชวลิต ยอดเณร)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7860/2544
พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
นายไพบูลย์ ศรีธนานันท์ โจทก์ร่วม
นายทวีศักดิ์หรือบุ้ง มาลีวรรณหรือมาลีวัลย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · โจทก์ร่วม - นายไพบูลย์ ศรีธนานันท์ · จำเลย - นายทวีศักดิ์หรือบุ้ง มาลีวรรณหรือมาลีวัลย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายโสภณ เคนวิเศษ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบรรหาร มูลทวี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา