⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8170/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8170/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน แม้จะมีความต่อเนื่องกัน แต่หากมีเจตนาในการกระทำความผิดที่แยกจากกันได้ และองค์ประกอบความผิดแตกต่างกัน ก็ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ย่อคำพิพากษา

การกระทำความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ฯ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตาม ป.อ. มาตรา 283 วรรคสาม กับมาตรา 310 วรรคแรก แม้จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน แต่สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกัน องค์ประกอบในการกระทำผิดก็ต่างกัน ทั้งการกระทำความผิดฐานหนึ่งก็ไม่จำต้องกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งก่อน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ , ๓๑๐ , ๙๑ , ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ และสั่งริบสมุดบัญชีรายรับจากการค้าประเวณี ๔ เล่ม และถุงยางอนามัย ๙๐ อัน ที่เป็นของกลางด้วย จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๓๑๐ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๓ การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑? ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๔ ออกจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นและฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนั้น ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม , ๘๓? และจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๗๒ วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่า ความผิดฐานเป็นธุระจัดหาฯ และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดต่างกรรมกันหรือไม่นั้น เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม กับมาตรา ๓๑๐ วรรคแรก แม้จะเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน แต่สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกัน องค์ประกอบในการกระทำผิดก็ต่างกัน ทั้งการกระทำความผิดฐานหนึ่งก็ไม่จำต้องกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งก่อน การกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ หาใช่กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาว่าเป็นความผิดกรรมเดียวกันนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น? พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง? สำหรับจำเลยที่ ๑ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ? นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8170/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางบุษบา โสตทิพย์ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นางบุษบา โสตทิพย์ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · สุรพล เจียมจูไร · ประชา ประสงค์จรรยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายธีรวัฒน์ วิสุทธิภักดี · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัชวาล บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา