⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8201/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8201/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ตัวแทนรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยไว้แทนผู้รับประกันภัย แล้วเบียดบังเอาไปเป็นของตนเอง ถือเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้รับประกันภัยเสียหาย ผู้รับประกันภัยจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจะมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัท ส. ก็ตาม ก็เป็นเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์และบริษัท ส. เท่านั้น ซึ่งบริษัท ส. ไม่เคยโต้แย้งปฏิเสธว่าโจทก์มิใช่ตัวแทนของตนแต่อย่างใด ทั้งยังยอมรับการกระทำของโจทก์โดยออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่โจทก์แจ้งต่อบริษัท ส. โจทก์จึงเป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัท ส. เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์รับเงินค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไว้จากผู้เอาประกันภัยจึงมิใช่เป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของผู้เอาประกันภัย หากแต่เป็นการรับไว้แทนโจทก์เพื่อนำไปมอบให้แก่โจทก์การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเองอันแสดงถึงเจตนาทุจริต ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชอบต่อบริษัท ส. โดยอาจจะต้องถูกบังคับให้ชดใช้จากหลักประกันที่โจทก์วางไว้ต่อบริษัท ส. โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 91 รวม 5 กระทงให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 2 เดือนรวมจำคุก 10 เดือนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3รับฟังมาว่า โจทก์เป็นตัวแทนของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์มีหน้าที่เก็บเงินค่าเบี้ยประกันแทนโจทก์ จำเลยเก็บเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากลูกค้าแล้วไม่นำส่งให้แก่โจทก์ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดต่อบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าหนังสือตั้งโจทก์เป็นตัวแทน ไม่ได้ประทับตราสำคัญของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด โจทก์จึงมิได้เป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ทั้งเงินค่าเบี้ยประกันภัยที่จำเลยเก็บมาจากลูกค้าดังกล่าวเป็นเงินของลูกค้าที่ยังมิได้เข้ามาอยู่ในความครอบครองของโจทก์หรือบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด แต่อย่างใดนั้น เห็นว่าแม้หนังสือแต่งตั้งตัวแทน จะมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ก็ตาม ก็เป็นเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างโจทก์และบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด เท่านั้น ซึ่งบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ไม่เคยโต้แย้งปฏิเสธว่าโจทก์มิใช่ตัวแทนของตนแต่อย่างใด ทั้งยังยอมรับการกระทำของโจทก์โดยออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่โจทก์แจ้งต่อบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัดโจทก์จึงเป็นตัวแทนโดยชอบของบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์รับเงินค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวไว้จากผู้เอาประกันภัยจึงมิใช่เป็นการรับไว้ในฐานะตัวแทนของผู้เอาประกันภัยหากแต่เป็นการรับไว้แทนโจทก์เพื่อนำไปมอบให้แก่โจทก์การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นของตนเอง อันแสดงถึงเจตนาทุจริตซึ่งโจทก์ต้องรับผิดชอบต่อบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด โดยอาจจะต้องถูกบังคับให้ชดใช้จากหลักประกันที่โจทก์วางไว้ต่อบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด โจทก์จึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) มีอำนาจฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28(2)ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษแก่จำเลยนั้นเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษและพิพากษาลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นเดียวกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8201/2544 นาย วีระวิทย์ เกียรติเพิ่มพงศ์ โจทก์ นาง สุพรรณี บางเพ็ญศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วีระวิทย์ เกียรติเพิ่มพงศ์ · จำเลย - นาง สุพรรณี บางเพ็ญศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · อำนวย เต้พันธ์ · สมชาย จุลนิติ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1057/2514ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 3595/2532ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 617/2536ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ