⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8219/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8219/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมาถึงสำนักงานที่ดินล่าช้าไปเล็กน้อย ไม่ถือเป็นสาระสำคัญที่อีกฝ่ายจะบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยไม่มีการผ่อนผัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มาถึงสำนักงานที่ดินล่าช้าไปจากเวลานัดโอนที่ดินเพียง 25 นาที โดยฝ่ายจำเลยก็ยังพร้อมอยู่ที่สำนักงานที่ดินและยังคงเหลือเวลาดำเนินการอีกหลายชั่วโมง ย่อมไม่อาจถือได้ว่าคู่สัญญาในคดีนี้ถือเวลาที่แตกต่างกันดังกล่าวเป็นสาระสำคัญถึงขนาดทำให้อีกฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีการผ่อนผันกันก่อนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยตกลงโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓ นาฬิกา ณ สำนักงานที่ดิน และโจทก์ทั้งสองตกลงชำระราคาที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยอีก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในวันที่จำเลยโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าเป็นการผิดสัญญายอมให้จำเลยริบเงินที่ได้ชำระมาแล้วทั้งหมด ศาลได้พิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ต่อมาวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องว่า เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์ทั้งสองไปถึงสำนักงานที่ดิน เวลา ๑๓.๒๕ นาฬิกา พบจำเลยจะชำระเงินค่าที่ดินให้ แต่จำเลยไม่ยอมรับจึงถือว่าจำเลยผิดสัญญา โจทก์ทั้งสองขอนำเงินมาวางศาลตามคำพิพากษา วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยไปรอโจทก์ทั้งสองที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาแม่แตง ตั้งแต่เวลา ๑๒.๒๐ นาฬิกา ถึง ๑๓.๒๕ นาฬิกา แต่โจทก์ทั้งสองไม่ไปรับโอนและชำระเงินค่าที่ดินแก่จำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฝ่ายโจทก์ไปถึงสำนักงานที่ดินเมื่อได้ล่วงเลยเวลานัดไปแล้ว ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่จำเลยไม่รับเงินค่าที่ดินและโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองนั้น เป็นสิทธิของจำเลย โจทก์จะขอให้ศาลบังคับจำเลยรับเงินและโอนที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสองไม่ได้ ให้คืนเงินที่โจทก์นำมาวางศาลแก่โจทก์ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า แม้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในข้อ ๑ จะกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายไปทำการโอนที่ดินและชำระราคาในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓ นาฬิกา ก็ตาม แต่การที่จะพิจารณาว่าฝ่ายใดผิดนัดผิดสัญญานั้นจะต้องพิจารณาการกระทำประกอบกับเจตนาที่ฝ่ายนั้นแสดงออกมาว่าจะไม่นำพาต่อการปฏิบัติตามนัดตามสัญญาหรือไม่เป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ฝ่ายจำเลยไปถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาแม่แตง ก่อนเวลา ๑๓ นาฬิกา ส่วนโจทก์ทั้งสองมอบหมายให้ทนายความไปที่สำนักงานที่ดินดังกล่าวเมื่อเวลา ๑๓.๒๕ นาฬิกา พบจำเลยแต่จำเลยไม่ยอมโอนที่ดินให้ แม้ฝ่ายโจทก์จะไปถึงสำนักงานที่ดินล่าช้าไป ๒๕ นาที แต่เมื่อเพ่งเล็งถึงเจตนาของคู่สัญญาในกรณีนี้แล้วจะเห็นได้ว่า โจทก์ทั้งสองประสงค์จะได้รับโอนที่ดินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ ส่วนจำเลยก็ประสงค์จะได้รับเงินค่าที่ดินให้ถูกต้องครบถ้วนภายในช่วงบ่ายของวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ เช่นกัน โดยจะเริ่มดำเนินการตามแบบพิธีของทางราชการตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๓ นาฬิกา เป็นต้นไป หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขัดข้องที่จะเริ่มต้นดำเนินการในเวลาดังกล่าว แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังพร้อมที่จะดำเนินการจนแล้วเสร็จภายในบ่ายของวันนั้นได้ เวลาเริ่มต้นดำเนินการที่ล่าช้าจาก ๑๓ นาฬิกา เป็น ๑๓.๒๕ นาฬิกา โดยที่ทางฝ่ายจำเลยก็ยังพร้อมอยู่ที่สำนักงานที่ดินและยังคงเหลือเวลาดำเนินการอีกหลายชั่วโมง ย่อมไม่อาจถือได้ว่าคู่สัญญาในคดีนี้ถือเวลาที่แตกต่างกันดังกล่าวเป็นสาระสำคัญถึงขนาดทำให้อีกฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาโดยไม่มีการผ่อนผันกันก่อนได้ ข้อเท็จจริงไม่พอฟังว่าโจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา จำเลยจึงต้องไปทำการโอนที่ดินและรับชำระราคาจากโจทก์ทั้งสองตามสัญญาประนีประนอมยอมความต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมิได้สั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็มิได้สั่งแก้ไขในเรื่องนี้ จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8219/2544 นายสมเจตน์ สุพัฒน์ กับพวก โจทก์ นายประยุทธ โชติวชิรา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมเจตน์ สุพัฒน์ กับพวก · จำเลย - นายประยุทธ โชติวชิรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สบโชค สุขารมณ์ · ชูชาติ ศรีแสง · ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายพิสิษฐ นิ่งน้อย · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายโสฬส สุวรรณเนตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 814/2490ฎีกา 4074/2536ฎีกา 1501/2535ฎีกา 485/2495ฎีกา 3499/2530ฎีกา 468/2490ฎีกา 2014-2015/2531ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1025/2487ฎีกา 12457/2555ฎีกา 3480/2529ฎีกา 525/2519ฎีกา 2746/2534ฎีกา 4957/2536ฎีกา 3865/2534ฎีกา 3483/2529ฎีกา 3130/2549ฎีกา 4216/2528ฎีกา 6135/2540ฎีกา 2252/2535ฎีกา 4128/2543ฎีกา 3347/2529ฎีกา 679/2547ฎีกา 1998/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา