⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8609/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8609/2544

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 15, 66 · ป.อาญา ม.80

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานจำหน่ายยาเสพติดให้โทษสำเร็จแล้ว แม้ผู้ซื้อจะยังไม่ได้ชำระเงินค่าสินค้าก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำเบิกความของเจ้าพนักงานตำรวจสอดคล้องต่อเนื่องกันเป็นไปตามลำดับตั้งแต่ร้อยตำรวจเอก ณ.ได้รับทราบจากสายลับว่าจำเลยเป็นผู้ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงได้วางแผนจับกุมจำเลยโดยการล่อซื้อและนายดาบตำรวจ ป.กับสายลับได้ไปพบจำเลยและเจรจาตกลงซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจนกระทั่งมีการนัดส่งมอบ เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง อีกทั้งจำเลยก็ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน แม้โจทก์จะมิได้นำสายลับมาเบิกความเป็นพยานและมิได้นำเงินที่ใช้ในการล่อซื้อส่งอ้างเป็นพยาน พยานหลักฐานของโจทก์ก็มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง จำเลยได้เจรจาตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายดาบตำรวจ ป.ผู้ล่อซื้อ 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด ในราคาถุงละ 14,000 บาทและก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมจำเลยนั้น จำเลยได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางตามที่ตกลงจำหน่ายให้แก่นายดาบตำรวจ ป.แล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนสำเร็จแล้ว ไม่ว่านายดาบตำรวจ ป.จะส่งมอบเงินตามที่ตกลงกันให้แก่จำเลยหรือไม่ก็ตาม เพราะการส่งมอบเงินที่ตกลงซื้อเมทแอมเฟตามีนไม่ใช่องค์ประกอบหรือสาระสำคัญของการกระทำความผิดดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายบทเดียวกันและมีอัตราโทษเท่ากัน ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 30 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองสอดคล้องต่อเนื่องกันเป็นไปตามลำดับตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกณรงค์ได้รับทราบจากสายลับว่าจำเลยเป็นผู้ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงได้วางแผนจับกุมจำเลยโดยการล่อซื้อ และนายดาบตำรวจประทีปกับสายลับได้ไปพบจำเลยและเจรจาตกลงซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจนกระทั่งมีการนัดส่งมอบ เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลาง อีกทั้งจำเลยก็ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวนตามบันทึกการจับกุม และบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาจึงเชื่อได้ว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความไปตามความจริง ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้นำสายลับมาเบิกความเป็นพยานและมิได้นำเงินที่ใช้ในการล่อซื้อส่งอ้างเป็นพยานด้วยก็ตาม พยานหลักฐานของโจทก์ก็มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า ขณะจับกุมนายดาบตำรวจประทีปยังไม่ได้ส่งมอบเงินที่อ้างว่าใช้ซื้อเมทแอมเฟตามีนให้แก่จำเลย การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยได้เจรจาตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายดาบตำรวจประทีปผู้ล่อซื้อ 10 ถุง ถุงละ 200 เม็ด ในราคาถุงละ 14,000 บาท และก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมจำเลยนั้น จำเลยได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางตามที่ตกลงจำหน่ายให้แก่นายดาบตำรวจประทีปแล้ว การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนสำเร็จแล้วไม่ว่านายดาบตำรวจประทีปจะส่งมอบเงินตามที่ตกลงกันให้แก่จำเลยหรือไม่ก็ตาม เพราะการส่งมอบเงินที่ตกลงซื้อเมทแอมเฟตามีนไม่ใช่องค์ประกอบหรือสาระสำคัญของการกระทำความผิดดังกล่าว และที่จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกสูงเกินไปขอให้กำหนดโทษใหม่เพื่อความเป็นธรรมแก่จำเลยนั้น เห็นว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยของสังคมอันเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งเมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนมากถึง 1,350 เม็ด ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยมานั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8609/2544 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายธนาวุฒ หรือธนาวุฒิ หรือไก่ บุญช่วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายธนาวุฒ หรือธนาวุฒิ หรือไก่ บุญช่วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปัญญา สุทธิบดี · พูนศักดิ์ จงกลนี · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวดวงฤดี คงหนู · ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ - นายวิทยา จิญกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 798/2502ฎีกา 2665/2529ฎีกา 2417/2540ฎีกา 4919/2543ฎีกา 3724/2561ฎีกา 4529/2543ฎีกา 1947/2529ฎีกา 9166/2544ฎีกา 1425/2517ฎีกา 4741/2534ฎีกา 2842/2515ฎีกา 688/2529ฎีกา 5813/2549ฎีกา 4043/2528ฎีกา 3889/2543ฎีกา 4325/2562ฎีกา 1866/2553ฎีกา 234/2562ฎีกา 4316/2560ฎีกา 1152/2556ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 2848/2527ฎีกา 3146/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา