⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2417/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงเจตนาจะกระทำชำเราแต่ไม่บรรลุผล ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำชำเรา.

ย่อคำพิพากษา

ตามพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำมาตั้งแต่เริ่มแรกโดยจำเลยถอดกางเกงของตนและกางเกงในของโจทก์ทั้งสองออกแล้วจำเลยจับโจทก์ทั้งสองขยับขึ้นลงในขณะที่อวัยวะเพศของจำเลยแข็งตัวย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยมาตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะกระทำชำเราโจทก์ทั้งสองหาใช่มีเจตนากระทำอนาจารเพียงอย่างเดียวไม่แต่เนื่องจากขนาดของอวัยวะเพศของจำเลยและโจทก์ทั้งสองประกอบกับลักษณะการกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสองอวัยวะเพศของจำเลยคงทิ่มแทงถูกบริเวณภายนอกของอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองเท่านั้นการลงมือกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสองจึงไม่บรรลุผลจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา277วรรคแรกอันเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน15ปีการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา277วรรคสองซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุไม่เกิน13ปีที่มีโทษหนักกว่าย่อมไม่ชอบเพราะเกินคำขอแม้จะเป็นความผิดฐานพยายามก็ตามคงลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา277วรรคแรกเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลย ให้การ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา279 วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 6 กระทงจำคุก 12 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 80ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 ปี 8 เดือน รวม 3 กระทง จำคุก 14 ปี จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาจึงไม่อาจฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองได้ มีปัญหาต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใด เห็นว่า ที่โจทก์ทั้งสองเบิกความอ้างว่าขณะที่จำเลยกระทำชำเราโจทก์ทั้งสองแต่ละครั้งอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองนั้น ยังฟังได้ไม่ถนัด เนื่องจากโจทก์ทั้งสองมีอายุเพียง 11 ปี อวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองย่อมมีขนาดเล็กโดยได้ความจากคำเบิกความของนายแพทย์ระพี แม้นโกศลผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช พยานจำเลย ซึ่งเคยประจำอยู่ภาควิชานิติเวชศาสตร์มานาน 26 ปี เบิกความยืนยันว่า อวัยวะเพศของเด็กอายุเท่ากับโจทก์ทั้งสองสภาพของช่องคลอดจะปิดไม่สามารถจะสอดนิ้วก้อยเข้าไปได้ เพราะจะมีเยื่อพรหมจารีปิดกั้นไว้ โดยเฉพาะอวัยวะเพศของจำเลยที่มีขนาดโตเท่ากับถ่านไฟฉายก้อนใหญ่และยาว 5 นิ้วจะไม่สามารถเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองได้ และหากมีการล่วงล้ำเข้าไปเยื่อพรหมจารีจะขาดและมีโลหิตไหล แต่ปรากฎว่าเยื่อพรหมจารีของโจทก์ทั้งสองเป็นปกติตามผลการตรวจชั้นสูตรบาดแผลของนายแพทย์รวมพล อมติรัตน์ พยานโจทก์ทั้งสองเอกสารหมาย ล.1 และโจทก์ทั้งสองก็ยืนยันว่าขณะที่ถูกจำเลยกระทำชำเราไม่ปรากฎว่าอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองมีโลหิตไหล ดังนั้น ที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าจำเลยสอดใส่อวัยวะเพศของตนเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองจึงยากจะเกิดขึ้นได้ น่าจะเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองเข้าใจเอาเองมากกว่า โจทก์เฉพาะในกรณีที่จำเลยนั่งบนเก้าอี้แล้วอุ้มตัวโจทก์ทั้งสองนั่งบนตักในลักษณะหันหน้าเข้าหาจำเลยโดยขาทั้งสองของโจทก์ทั้งสองแยกออกจากกันนั้นยิ่งไม่มีโอกาสที่อวัยวะเพศของจำเลยจะล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองได้ดังคำยืนยันของนายแพทย์ระพี พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองนำสืบมาจึงรับฟังไม่ได้นายแพทย์ระพี พยานหลักฐานที่โจทก์ทั้งสองนำสืบมาจึงรับฟังไม่ได้ว่าอวัยวะเพศของจำเลยสามารถเข้าไปในอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองแต่ตามพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำมาตั้งแต่เริ่มแรกโดยจำเลยถอนกางเกงของตนและกางเกงในของโจทก์ทั้งสองออกแล้วจำเลยจับโจทก์ทั้งสองขยับขึ้นลงในขณะที่อวัยวะเพศของจำเลยแข็งตัวย่อมแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะกระทำชำเราโจทก์ทั้งสองหาใช่มีเจตนากระทำอนาจารเพียงอย่างเดียวดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ไม่ แต่เนื่องจากขนาดของอวัยวะเพศของจำเลยและโจทก์ทั้งสองประกอบกับลักษณะการกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสอง อวัยวะเพศของจำเลยคงทิ่มแทงถูกบริเวณภายนอกของอวัยวะเพศของโจทก์ทั้งสองเท่านั้นจนในที่สุดจำเลยสำเร็จความใคร่เอง การลงมือกระทำชำเราของจำเลยต่อโจทก์ทั้งสองจึงไม่บรรลุผล จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามกระทำชำเราโจทก์ทั้งสอง ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกอันเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปีแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสองซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 3 ปีที่มีโทษหนักกว่า จึงไม่ชอบ เพราะเกินคำขอแม้จะเป็นความผิดฐานพยายามก็ตาม คงลงโทษจำเลยได้ตามมาตรา 277 วรรคแรกเท่านั้นปัญหาข้อนี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เอง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา277 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุกกระทงละ 2 ปี 8 เดือนรวม 3 กระทง จำคุก 8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2540 เด็ก หญิง ส.กับพวก โจทก์ นาย จิรกรณฑ์ เสวตรวิทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็ก หญิง ส.กับพวก · จำเลย - นาย จิรกรณฑ์ เสวตรวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร สิทธิเวชวิจิตร · อร่าม หุตางกูร · อำนวย เต้พันธ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 892/2497ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 3237/2543ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ