คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมอบอำนาจให้บุคคลอื่นทำการแทนในการขอเลื่อนคดีและกำหนดวันนัดพิจารณา เมื่อผู้รับมอบอำนาจทราบกำหนดวันนัดแล้ว ถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดโดยชอบแล้ว การไม่ไปศาลตามกำหนดนัดดังกล่าวจึงถือเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาล.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมอบอำนาจให้ ภ. บุตรชายยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแทน โดยในใบมอบฉันทะระบุข้อความว่า จำเลยยอมรับผิดในกรณีที่ผู้รับมอบฉันทะของจำเลยได้ทำการไปนั้นทุกประการ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยโดย ภ. ได้ลงลายมือชื่อทราบกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่แล้ว ถือได้ว่า ภ. เป็นผู้มีสิทธิทำการแทนจำเลยในการขอเลื่อนคดีและกำหนดวันนัด เมื่อ ภ. ได้ทราบวันนัดพิจารณาแล้วจึงถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลในวันนัดดังกล่าว เป็นเรื่องความเข้าใจผิดโดยมีมูลเหตุมาจากความเข้าใจของจำเลยเอง ถือว่าเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินพร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบ จำเลยยื่นคำให้การ แต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี?
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมอบอำนาจให้ ภ. บุตรชาย ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแทน เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ โดยในใบมอบฉันทะระบุข้อความว่า จำเลยยอมรับผิดในกรณีที่ผู้รับมอบฉันทะของจำเลยได้ทำการไปนั้นทุกประการ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑๗ และวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา โดย ภ. ผู้รับมอบฉันทะจากจำเลยได้ลงลายมือชื่อทราบกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่แล้ว ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ ดังนี้ ถือได้ว่า ภ. เป็นผู้มีสิทธิทำการแทนจำเลยในการขอเลื่อนคดี และกำหนดวันนัด เมื่อ ภ. ได้ทราบวันนัดพิจารณาแล้ว จึงถือว่าจำเลยทราบกำหนดวันนัดสืบพยานโดยชอบแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจผิดและไม่มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลชั้นต้นในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ ดังกล่าว แต่รอไปในวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา เพราะเข้าใจว่าศาลให้เลือกไปศาลวันใดวันหนึ่งเพียงนัดเดียวนั้น เป็นเรื่องความเข้าใจผิดโดยมีมูลเหตุมาจากความเข้าใจของจำเลยเอง จึงถือว่าเป็นการจงใจของจำเลยที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด ที่จำเลยฎีกาว่า มิได้จงใจขาดนัดพิจารณาจึงฟังไม่ขึ้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2544
นางวิภาพร วัชระศิริไพโรจน์ โจทก์
นายภักดี ศุภาวัฒนานันท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวิภาพร วัชระศิริไพโรจน์ · จำเลย - นายภักดี ศุภาวัฒนานันท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศณุ เลื่อมสำราญ · สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุวิทย์ ทวีชุมพล · ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา