คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องเอาจากบุคคลภายนอกผู้ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือสัญญาได้
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติ ป.พ.พ. มาตรา 880 เป็นการห้ามมิให้ผู้เอาประกันภัยใช้สิทธิเรียกค่าทดแทนต่อบุคคลภายนอก ในเมื่อตนได้รับค่าทดแทนจากผู้รับประกันภัยแล้ว แต่เพื่อมิให้บุคคลภายนอกที่ทำความเสียหายขึ้นหลุดพ้นจากความรับผิดไปลอย ๆ กฎหมายจึงบัญญัติให้สิทธิของผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องเอาจากบุคคลภายนอกนั้น ตกไปเป็นของผู้รับประกันภัยโดยวิธีการที่เรียกว่ารับช่วงสิทธิ โดยสิทธิของผู้เอาประกันภัยอันมีต่อผู้ทำความเสียหายนั้นอาจเป็นสิทธิเรียกร้องฐานละเมิดหรืออาจเป็นสิทธิตามสัญญาก็ได้ และผู้รับประกันภัยจะรับช่วงสิทธิก็ต่อเมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว
ทรัพย์สินของบริษัท อ. สูญหายไปเนื่องจากการโจรกรรม และจำเลยต้องรับผิดต่อบริษัท อ. ตามสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยที่ทำไว้ เมื่อทรัพย์สินที่สูญหายดังกล่าว บริษัท อ. ได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ และโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัท อ. ไปแล้ว โจทก์จึงเข้ารับช่วงสิทธิของบริษัท อ. เรียกร้องเอาจากจำเลยตามสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 แม้จำเลยจะมิใช่ผู้ทำละเมิดโดยตรงก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๖๗,๙๘๓.๕๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๖๔,๒๖๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ก่อนสืบพยาน โจทก์และจำเลยร่วมกันแถลงว่า จำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องทุกประการ แต่ขอต่อสู้เพียงประการเดียวว่าโจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตามกฎหมาย และมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยได้หรือไม่
โจทก์และจำเลยไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๗,๙๘๓.๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๖๔,๒๖๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลโดยกำหนดค่าทนายความรวม ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทำสัญญารับจ้างบริการรักษาความปลอดภัยให้แก่บริษัทออดิโอ เชน จำกัด โดยมีข้อตกลงว่า หากทรัพย์สินของบริษัทออดิโอ เชน จำกัด สูญหายเนื่องจากการโจรกรรม จำเลยจะรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าว โจทก์รับประกันภัยโจรกรรมจากบริษัทออดิโอ เชน จำกัด ระหว่างเวลากรมธรรม์มีผลคุ้มครอง ได้มีคนร้ายเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินของบริษัทออดิโอ เชน จำกัด โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัทออดิโอ เชน จำกัด แล้วที่จำเลยฎีกาว่า การรับช่วงสิทธิของผู้รับประกันภัยของโจทก์มีได้เฉพาะกับบุคคลภายนอก จำเลยมิใช่ผู้ทำให้เกิดความเสียหาย โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะรับช่วงสิทธิของบริษัทออดิโอ เชน จำกัด ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยนั้น เห็นว่า ป.พ.พ. มาตรา ๘๘๐ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าความวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้นเพราะการกระทำของบุคคลภายนอกไซร้ ผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปเป็นจำนวนเพียงใด ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกเพียงนั้น" ตามบทบัญญัติดังกล่าว เป็นการห้ามมิให้ผู้เอาประกันภัยใช้สิทธิเรียกค่าทดแทนต่อบุคคลภายนอกในเมื่อตนได้รับค่าทดแทนจากผู้รับประกันภัยแล้ว แต่เพื่อมิให้บุคคลภายนอกที่ทำความเสียหายขึ้นหลุดพ้นจากความรับผิดไปลอย ๆ กฎหมายจึงบัญญัติให้สิทธิของผู้เอาประกันภัยที่จะเรียกร้องเอาจากบุคคลภายนอกนั้น ตกไปเป็นของผู้รับประกันภัยโดยวิธีการที่เรียกว่ารับช่วงสิทธิ โดยสิทธิของผู้เอาประกันภัยอันมีต่อผู้ทำความเสียหายนั้นอาจเป็นสิทธิเรียกร้องฐานละเมิด หรืออาจเป็นสิทธิตามสัญญาก็ได้ และผู้รับประกันภัยจะรับช่วงสิทธิก็ต่อเมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว จากข้อเท็จจริงคดีนี้ จำเลยตกลงทำสัญญาบริการรักษาความปลอดภัย โดยระบุความรับผิดชอบและยินยอมชำระค่าเสียหายให้แก่บริษัทออดิโอ เชน จำกัด (ผู้เอาประกันภัย) ในกรณีที่ทรัพย์สินสูญหายเนื่องจากการโจรกรรม ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินของบริษัทออดิโอ เชน จำกัด (ผู้เอาประกันภัย) ได้สูญหายไปเนื่องจากมีคนร้ายเข้าไปโจรกรรม ภายในระยะเวลาที่สัญญารักษาความปลอดภัยดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับ จำเลยจึงต้องรับผิดต่อบริษัทออดิโอ เชน จำกัด (ผู้เอาประกันภัย) ตามสัญญา และเนื่องจากทรัพย์สินที่สูญหายดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้เอาประกันภัยไว้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว โจทก์จึงย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยอันมีต่อผู้กระทำความเสียหาย โดยเรียกร้องเอาจากจำเลยตามสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2544
บริษัทซันอัลลายแอนซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์
บริษัทแม็กซิม่า เซฟตี จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทซันอัลลายแอนซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - บริษัทแม็กซิม่า เซฟตี จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วสันต์ ตรีสุวรรณ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายทวีศักดิ์ ทองภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ มีอาสา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา