คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8857/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกระทำความผิดกับพวกที่หลบหนีโดยไม่ได้ระบุชื่อผู้ร่วมกระทำผิดให้ชัดเจน ถือเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว และการที่ทรัพย์สินที่ถูกลักไปมีราคาเล็กน้อยหรือไม่ หรือผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนแล้ว ไม่เป็นเหตุให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
คำฟ้องของโจทก์ที่ว่า จำเลยที่ 1 กับพวกอีกสองคนที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป พอเข้าใจแล้วว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกระทำผิดด้วยกันกับพวกอีก 2 คน จึงเป็นคำฟ้องที่สมบูรณ์แล้วตาม ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5)ประกอบ ป.อ. มาตรา 335 (7) โดยโจทก์ไม่จำต้องระบุชื่อผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ทรัพย์ที่จำเลยลักไปจะมีราคาเล็กน้อยหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา และการที่ผู้เสียหายได้รับทรัพย์คืนไปแล้วก็ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย อีกทั้งเป็นความผิดฐานลักทรัพย์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน จึงถือว่าเป็นภัยต่อประชาชนทั่วไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายอุทัย คังคะโร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล ทับเที่ยง · สุรพล · เจียมจูไร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นางวิรา ณ พิกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ - นายวิเชียร ใยยะธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา