⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8895/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีล้มละลาย โจทก์ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยอาจอ้างเหตุตามมาตรา 8 หรือมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ การทวงถามโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์จะรับฟังได้ต่อเมื่อมีเหตุขัดข้องในการส่งโดยวิธีธรรมดา

ย่อคำพิพากษา

ในการฟ้องคดีล้มละลายนั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยในการสืบของโจทก์นั้น โจทก์อาจจะสืบข้อเท็จจริงอันเป็นเงื่อนไขแห่งข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 8 หรือนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามมาตรา 9(1) คดีนี้โจทก์อ้างว่าได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน และจำเลยไม่ชำระหนี้ อันเป็นการกล่าวอ้างว่ามีข้อเท็จจริงตามข้อสันนิษฐานตามมาตรา 8(9) ทั้งนี้ โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ แต่ในทางนำสืบนั้นโจทก์มิได้แสดงพยานหลักฐานให้เห็นว่ามีเหตุขัดข้องอย่างไรจึงไม่สามารถส่งหนังสือทวงถามโดยวิธีธรรมดาได้ ทั้งที่ปรากฏในชั้นฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่ง กรณีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่ามีการส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วตามมาตรา 8(9)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าภาษีการค้าโจทก์เป็นเงิน 54,679.62 บาท อันเป็นหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 50,000 บาท ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีล้มละลายพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติว่า จำเลยประกอบกิจการร้านอาหารมีดนตรี จำเลยค้างชำระค่าภาษีการค้าโจทก์เป็นเงิน 56,548 บาท ต่อมาโจทก์อายัดเงินฝากของจำเลยที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,868.38 บาท มาหักชำระค่าภาษีการค้าแล้ว จำเลยยังคงค้างชำระหนี้โจทก์อยู่อีก 54,679.62 บาท โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศทางหนังสือพิมพ์รวม 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วันและจำเลยไม่ชำระหนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เห็นว่า ในการฟ้องคดีล้มละลายนั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยในการสืบของโจทก์นั้นโจทก์อาจจะสืบข้อเท็จจริงอันเป็นเงื่อนไขแห่งข้อสันนิษฐานว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 8 หรือนำสืบถึงข้อเท็จจริงที่จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(1) คดีนี้โจทก์อ้างว่าได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน และจำเลยไม่ชำระหนี้ อันเป็นการกล่าวอ้างว่ามีข้อเท็จจริงตามข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 8(9) ทั้งนี้โจทก์ทวงถามจำเลยให้ชำระหนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ตามเอกสารหมาย จ.9 แต่ในทางนำสืบนั้นโจทก์มิได้แสดงพยานหลักฐานให้เห็นว่ามีเหตุขัดข้องอย่างไรจึงไม่สามารถส่งหนังสือทวงถามโดยวิธีธรรมดาได้ทั้งที่ปรากฏในชั้นฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยมีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่งกรณีจึงยังรับฟังไม่ได้ว่ามีการส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยทราบโดยชอบแล้วตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(9)" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2544 กรมสรรพากร โจทก์ นาง เรณู มั่นจีน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นาง เรณู มั่นจีน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5399/2550ฎีกา 5884/2559ฎีกา 3581/2538ฎีกา 5969/2559ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2653/2541ฎีกา 6605/2539ฎีกา 1620/2557ฎีกา 1058/2535ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1239/2514ฎีกา 5013/2547ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548ฎีกา 5035/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ