⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8900/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8900/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมชั้นบังคับคดีตกอยู่แก่คู่ความที่แพ้คดี แม้โจทก์จะได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วก็ตาม การบังคับคดีก็ยังต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการชำระค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว 2. ผู้ที่มิใช่เจ้าหนี้จำนองของลูกหนี้ จะขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นในการบังคับคดีไม่ได้ และการจะถือเป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้นั้น ผู้ร้องต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าไม่สามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยทั้งสิบสองแปลงโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ข้อ 3 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามมาตรา 149 แต่ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมย่อมตกอยู่แก่คู่ความที่แพ้คดีซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีด้วยตามมาตรา 161 วรรคหนึ่งและวรรคสอง เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมชั้นบังคับคดีย่อมตกอยู่แก่จำเลย เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระ แม้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วก็ตาม การบังคับคดีจึงต้องดำเนินต่อไป โจทก์มิใช่เจ้าหนี้จำนองของจำเลย โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 ได้ ส่วนหากคำร้องดังกล่าวจะถือเป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 290 ได้นั้น โจทก์ต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลย แต่ตามคำร้องของโจทก์ไม่ได้ความเช่นนั้น จึงถือไม่ได้ว่าคำร้องของโจทก์เป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 290

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 22,253,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้เอาที่ดินที่จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอใช้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 3 ที่จำนองไว้กับโจทก์รวม 12 แปลง ออกขายทอดตลาด จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสิบสองแปลงดังกล่าวไว้ก่อน เนื่องจากโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากจำเลยที่ 1 ไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากเงินที่ขายทอดตลาดที่ดิน 12 แปลง นี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน6,235,013.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 2,348,258.98 บาท นับจากวันยื่นคำร้องขอจนกว่าผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้แล้วเสร็จ ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงพอวินิจฉัยได้จึงได้งดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 3 และอนุญาตให้โจทก์ได้รับชำระหนี้จากที่ดินที่จำนองได้ตามคำร้องขอ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นทั้งสองกรณี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6807/2540 จากที่ดินทั้งสิบสองแปลงที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้ได้อย่างเจ้าหนี้สามัญ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ในประการแรกว่า มีเหตุสมควรงดการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสิบสองแปลงนั้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้แล้วตามบันทึกการรับชำระหนี้ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2539 เอกสารท้ายคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดหมายเลข 2 แต่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณานัดพร้อมลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2541 ว่า จำเลยที่ 3 ยังไม่ได้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นบังคับคดี คดีนี้โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยที่ 3 ทั้งสิบสองแปลง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง 5 ข้อ 3 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 แต่ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมย่อมตกอยู่แก่คู่ความที่แพ้คดี ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161วรรคหนึ่งและวรรคสอง เมื่อจำเลยที่ 3 เป็นฝ่ายแพ้คดีความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าธรรมเนียมชั้นบังคับคดีย่อมตกอยู่แก่จำเลยที่ 3 เมื่อจำเลยที่ 3 ยังไม่ได้ชำระ การบังคับคดีจึงต้องดำเนินต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 3 จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาประการสุดท้ายของจำเลยที่ 3 ว่า โจทก์มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์หรือไม่ โจทก์ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ในกรณีเช่นนี้ โจทก์ต้องเป็นเจ้าหนี้จำนองของจำเลยที่ 3 แต่ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์มิใช่เจ้าหนี้จำนองของจำเลยที่ 3โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนคำร้องของโจทก์ดังกล่าวจะถือเป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ด้วย ตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จะถือว่าคำร้องของโจทก์เป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามมาตรา 290 ได้ โจทก์ต้องแสดงให้ศาลเห็นว่า โจทก์ไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 3 แต่ตามคำร้องของโจทก์ไม่ได้ความเช่นนั้นจึงถือไม่ได้ว่าคำร้องของโจทก์เป็นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากที่ดินทั้งสิบสองแปลงที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ข้อนี้ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8900/2544 ธนาคาร แหลมทอง โจทก์ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวง อินเวสท์เม้นท์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร แหลมทอง · จำเลย - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์นครหลวง อินเวสท์เม้นท์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา กษิตินนท์ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1993/2537ฎีกา 2159/2567ฎีกา 3832/2530ฎีกา 1423/2517ฎีกา 1135/2531ฎีกา 2238/2532ฎีกา 2518/2531ฎีกา 875/2492ฎีกา 310/2518ฎีกา 11161/2511ฎีกา 9270/2547ฎีกา 6167/2544ฎีกา 364/2536ฎีกา 380/2537ฎีกา 1715/2525ฎีกา 3880/2536ฎีกา 2372/2539ฎีกา 12619/2555ฎีกา 613/2547ฎีกา 773/2511ฎีกา 3276/2534ฎีกา 3654/2541ฎีกา 12207/2547ฎีกา 7934/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ