คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8962-8968/2544
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะลูกจ้างกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง และนายจ้างได้ฟ้องคดีอาญาต่อลูกจ้างแล้ว ไม่ทำให้คดีที่ลูกจ้างฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย กลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้โดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้ลูกจ้างฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยจากจำเลยผู้เป็นนายจ้างเป็นการฟ้องบังคับตามสิทธิเรียกร้องเนื่องจากการผิดสัญญาจ้างแรงงาน ดังนั้น แม้จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างในหนังสือเลิกจ้างแล้วว่าโจทก์กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง และฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (1) (4) และจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องลูกจ้างเป็นจำเลยในคดีอาญาข้อหาลักทรัพย์ ก็ไม่มีผลให้คดีนี้กลายเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไปโดยไม่ต้องรอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญาก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
(มงคล คุปต์กาญจนากุล - กมล เพียรพิทักษ์ - พูนศักดิ์ จงกลนี)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8962 - 8968/2544
นายสังคม ป้อมา โจทก์
บริษัทแอล.พี.เอ็น สตีลไพพ์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสังคม ป้อมา · จำเลย - บริษัทแอล.พี.เอ็น สตีลไพพ์ จำกัด |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสมพงษ์ เหมวิมล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา