⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9091/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9091/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บันทึกข้อความที่ผู้กู้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง แม้จะมิใช่สัญญากู้ยืมเงินและไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

ย่อคำพิพากษา

ตามบันทึกข้อความเอกสารที่พิพาทมีข้อความว่า วันที่ 2 กรกฎาคม 2530 เรื่อง ขอยืมเงิน และมีข้อความต่อไปว่า ข้าพเจ้านายสวาท ภิรมย์เอี่ยม (จำเลย) ขอยืมเงินป้าเกศินีฯ (โจทก์) เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) และจำเลยได้ลงลายมือในบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย เมื่อฟังประกอบข้อเท็จจริงที่เป็นยุติว่า โจทก์ได้ถอนเงินจากธนาคารและมอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้แก่จำเลย จำเลยจึงมอบบันทึกข้อความดังกล่าวแก่โจทก์ที่ธนาคาร ย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 20,000 บาท จำเลยผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกข้อความดังกล่าวไว้เป็นสำคัญ บันทึกข้อความย่อมเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง หลักฐานแห่งการกู้ยืมมิใช่หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่เข้าลักษณะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 แม้จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวมกันต่ำกว่าอัตราที่กำหนดตามตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. จึงเป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๒ ถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย ๕๕๐.๖๙ บาท รวมเป็นเงิน ๒๐,๕๕๐.๖๗ บาท และดอกเบี้ยในอัตราเดียวกัน จากต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ข้อความตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ เป็นเพียงหนังสือแสดงเจตนาขอกู้ยืมเงินจากโจทก์แต่ไม่ได้รับเงิน และเอกสารดังกล่าวมิได้ปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายไม่สามารถรับฟังได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๕๕๐.๖๙ บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๖๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว? ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของจำเลยว่า บันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ หรือไม่ นั้น เห็นว่า ตามบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ มีข้อความว่า วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐ เรื่อง ขอยืมเงิน และมีข้อความต่อไปว่า ข้าพเจ้านายสวาท ภิรมย์เอี่ยม (จำเลย) อายุ ๕๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๐๔/๙๗ แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ขอยืมเงินป้าเกศินีฯ (โจทก์) เป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) และจำเลยได้ลงลายมือในบันทึกดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย ข้อความในบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ เมื่อฟังประกอบกับข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุติว่า โจทก์ได้ถอนเงินจากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยบางประกอก และมอบเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลย จำเลยจึงมอบบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ แก่โจทก์ที่ธนาคารดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกข้อความดังกล่าวไว้เป็นสำคัญ บันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ ย่อมเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อต่อไปของจำเลยว่า บันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อคดีฟังได้ว่าบันทึกข้อความเอกสารหมาย จ. ๒ เป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเท่านั้น มิใช่หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่เข้าลักษณะตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ แม้โจทก์จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน อนึ่ง คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท ซึ่งตามตาราง ๖ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง บัญญัติให้ศาลกำหนดค่าทนายความอัตราขั้นต่ำไม่ว่าในศาลใดเป็นเงิน ๔๐๐ บาท และอัตราขั้นสูงในศาลชั้นต้น เป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาท อัตราขั้นสูงในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเป็นเงิน ๖๐๐ บาท การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม ๖๐๐ บาท จึงต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความทั้งสามศาลรวม ๑,๘๐๐ บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9091/2544 นางสาวเกศินี ชุณหโสภาค โจทก์ นายสวาท ภิรมย์เอี่ยม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเกศินี ชุณหโสภาค · จำเลย - นายสวาท ภิรมย์เอี่ยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · อภิชาต สุขัคคานนท์ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายสมบัติ เจริญรุ่งอุทัย · ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี เพศประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 170/2546ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 272/2490ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 533/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา