⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 946/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาใหม่ต่อไป ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตาม ถือเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยเองได้แม้ไม่มีคู่ความฎีกา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาใหม่ต่อไป จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 เมื่อจำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๘๕๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างเหตุไม่ทราบคำฟ้องเพราะมิได้พักอยู่ที่บ้านตามที่โจทก์ระบุไว้ ในคำฟ้องหลายปีแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ทราบคำฟ้องแล้วจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา มีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๒ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่า จำเลยที่ ๒ ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการส่งหมายจนระยะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ ๒ เท่ากับขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้พิจารณาใหม่ต่อไป จึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๙ เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ ดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยตามฎีกาประการอื่นของจำเลยที่ ๒ อีกต่อไป พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2544 บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด โจทก์ นางวาสนา พินิจอภิรักษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด · จำเลย - นางวาสนา พินิจอภิรักษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทพ ศิริพากย์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ชวลิต ศรีสง่า
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายนพรัตน์ สี่ทิศประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพรัช เกิดศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1746/2511ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา