⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1217/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2545

ป.พ.พ. ม.798, 800, 801 ฯลฯ · ป.รัษฎากร ม.104, 118

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการอย่างเดียวกันหลายครั้ง ต้องปิดอากรแสตมป์ตามจำนวนครั้งที่กระทำ แต่หากเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการอย่างเดียวกันเพียงครั้งเดียว ให้ปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือมอบอำนาจระบุข้อความไว้โดยแจ้งชัดว่าเป็นการมอบอำนาจให้นาง ก. หรือนาย ส. คนใดคนหนึ่งกระทำการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสองฐานผิดสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันคดีนี้เท่านั้น ทั้งกิจการที่นาง ก. หรือนาย ส. กระทำเป็นกิจการเดียวกันคือฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้เพียงครั้งเดียว หาได้กระทำกิจการแยกกันต่างคนต่างฟ้องคดีเรื่องอื่นต่อจำเลยทั้งสองหรือฟ้องบุคคลอื่นอันเป็นการกระทำมากกว่าครั้งเดียวไม่ แม้นาย ส. ผู้รับมอบอำนาจคนหนึ่งเป็นผู้แต่งตั้งทนายความและนาง ก. ผู้รับมอบอำนาจอีกคนหนึ่งเข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีนี้ก็ตาม ก็เป็นที่เห็นได้ว่ากิจการที่ผู้รับมอบอำนาจทั้งสองกระทำเป็นกิจการเดียวกันคือฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ต่อจำเลยทั้งสอง จึงเป็นกรณีการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ซึ่งต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7 (ก) เมื่อโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจจำนวน 30 บาท จึงสมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 104 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7 (ก) แล้ว หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.804 ประมวลรัษฎากร ม.104 ประมวลรัษฎากร ม.118

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.804 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายบรรเจิด เย็นมนัส ดำเนินคดีแทน และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๘๙,๕๔๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไม่ผิดสัญญา โดยโจทก์มิได้ถือกำหนดระยะเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญ โจทก์รับเงินค่างวดค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ชำระไม่ตรงงวดแต่กลับมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจึงเป็นการไม่ชอบ โจทก์ยึดรถคืนโดยทำร้ายร่างกายจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ชำระเงินครั้งแรกเป็นเงิน ๔๑,๑๒๑.๔๙ บาท และผ่อนชำระ ๗ งวด พร้อมเบี้ยปรับเป็นเงิน ๗๒,๔๗๑ บาท โจทก์ประมูลรถได้เงินจำนวน ๒๐๙,๕๕๐ บาท รวมเป็นเงิน ๓๒๓,๑๔๒.๔๙ บาท โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองที่ต้องวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจที่นายบรรเจิด เย็นมนัส ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มอบอำนาจช่วงให้นางกรรณิกา สุขสุดประเสริฐ หรือนายสมศักดิ์ รุ่งรัตนประเสริฐ ฟ้องจำเลยทั้งสองตามเอกสารหมาย จ. ๓ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้หรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ. ๓ ระบุข้อความไว้โดยแจ้งชัดว่า บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) โจทก์ โดยนายบรรเจิด เย็นมนัส ผู้รับมอบอำนาจขอมอบอำนาจช่วงให้แก่นางกรรณิกา สุขสุดประเสริฐ หรือนายสมศักดิ์ รุ่งรัตนประเสริฐ เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อนายสมชาย สัตยาภรณ์ นายธีระวัฒน์ ชูสอน เป็นจำเลยต่อศาลฐานผิดสัญญาเช่าซื้อ ค้ำประกัน เพื่อการนี้ให้ผู้รับมอบอำนาจ (ที่ถูกน่าจะเป็น เพื่อการนี้ให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจ) ดังจะกล่าวต่อไปนี้ด้วยคือ ฯลฯ ข้อความที่ระบุไว้เช่นนี้เป็นการมอบอำนาจให้นางกรรณิกาหรือนายสมศักดิ์คนใดคนหนึ่งกระทำการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อจำเลยทั้งสองฐานผิดสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันคดีนี้เท่านั้น กิจการที่นางกรรณิกาหรือนายสมศักดิ์กระทำเป็นกิจการเดียวกันคือฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หาได้กระทำกิจการแยกกันต่างคนต่างฟ้องคดีเรื่องอื่นต่อจำเลยทั้งสองหรือฟ้องบุคคลอื่นอันเป็นการกระทำมากกว่าครั้งเดียวไม่ แม้นายสมศักดิ์ผู้รับมอบอำนาจช่วงคนหนึ่งเป็นผู้แต่งตั้งทนายความและนางกรรณิกาผู้รับมอบอำนาจช่วงอีกคนหนึ่งเข้าเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีนี้ก็ตาม ก็เป็นที่เห็นได้ว่ากิจการที่ผู้รับมอบอำนาจช่วงทั้งสองกระทำเป็นกิจการเดียวกันคือฟ้องร้องดำเนินคดีนี้ต่อจำเลยทั้งสองเท่านั้น จึงเป็นกรณีการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนกระทำการครั้งเดียว ซึ่งต้องปิดอากรแสตมป์เพียง ๑๐ บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ ๗ (ก) เมื่อโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ. ๓ จำนวน ๓๐ บาท จึงสมบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๐๔ และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ ๗ (ก) แล้ว หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ. ๓ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ตามความในประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ จึงฟังได้ว่าโจทก์โดยนายบรรเจิดผู้รับมอบอำนาจมอบอำนาจช่วงให้แก่นายสมศักดิ์ฟ้องคดีนี้โดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2545 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสมชาย สัตยาภรณ์ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสมชาย สัตยาภรณ์ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวปัทมา ทุมมา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15572/2558ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 53/2525ฎีกา 2721/2548ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 1897/2538ฎีกา 2423/2550ฎีกา 88/2497ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 2471/2559ฎีกา 4499/2558ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 158/2509ฎีกา 199/2535ฎีกา 2987/2517ฎีกา 2744/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา