คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก ไม่อาจนำมาตรา 91 (3) แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับให้งดการนับโทษต่อได้
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อได้มี คำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืน ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำ การตามหน้าที่ ทั้งสองคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก โดยไม่มี ความเกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายและพยานหลักฐานเป็นคนละชุด ลักษณะคดีและความผิดคนละประเภท ทั้งสองคดีไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ กรณีดังกล่าวจึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ดังนั้น ศาลย่อมนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1372/2546 ของศาลชั้นต้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ ๑ ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๗๒/๒๕๓๖ ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง คำขออื่นให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน คดีถึงที่สุด
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องว่า คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๗๒/๒๕๓๖ ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ได้กระทำความผิดต่อเนื่องกันมิได้ขาดตอนแม้โจทก์จะแยกฟ้อง ศาลก็สามารถพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐, ๙๑ (๓) ขอให้ศาลแก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดทั้งสองสำนวนให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ (๓)
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า หมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดออกโดยถูกต้องตามคำพิพากษาแล้ว ไม่มีเหตุที่จะแก้ไขให้ได้ ยกคำร้อง
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีนี้ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า จำเลยมีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืน ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ทั้งสองคดีเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระและมีเจตนาในการกระทำผิดแยกต่างหาก โดยไม่มีความเกี่ยวพันกัน ผู้เสียหายและพยานหลักฐานเป็นคนละชุด ลักษณะคดีและความผิดคนละประเภท ทั้งสองคดีไม่อาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันหรือพิจารณาพิพากษารวมกันไปได้ กรณีดังกล่าวจึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ดังนั้น ศาลย่อมนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๗๒/๒๕๓๖ ของ ศาลชั้นต้นได้ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2545
พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์
นายอนุญาตหรือแสงเดือน เหล็กไหล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายอนุญาตหรือแสงเดือน เหล็กไหล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิรัช ลิ้มวิชัย · ทองหล่อ โฉมงาม · จิระวรรณ ศิริบุตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลนนทบุรี - นางสาวอารยา หุณฑนะเสวี · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรีชา เชิดชู |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา