⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1394/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้แทนโดยชอบธรรมนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปทำสัญญาจะซื้อจะขาย ถือเป็นการจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ตามปกติ ไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์อันจำเป็นที่ต้องขออนุญาตศาล เว้นแต่จะมีกฎหมายห้ามไว้โดยเฉพาะ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์นำไม้เคี่ยมซึ่งเป็นมรดกของสามีจำเลยในส่วนที่เป็นของ ผู้เยาว์ไปทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์ ไม่ใช่เป็นการนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปแสวงหาผลประโยชน์อันจำเป็นต้องขออนุญาตต่อศาลก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1574 (11) แต่เป็นการทำสัญญาขายสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์ซึ่งไม่ขัดต่อ มาตรา 1574 เพราะไม่มีกรณีที่ต้องห้ามตามมาตรา 1574 แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำฐานผิดสัญญาจะซื้อขายและชำระเบี้ยปรับรวมเป็นเงิน 2,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชาย ป. และ เด็กหญิง ว. ชำระเงินแก่โจทก์ 1,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชาย ป. และเด็กหญิง ว. นำไม้เคี่ยมซึ่งเป็นมรดกของสามีจำเลยในส่วนที่เป็นของผู้เยาว์ทั้งสองไปทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์ เป็นการนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปหาประโยชน์โดยมิได้รับอนุญาตต่อศาลเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ทั้งสองดังกล่าวทำสัญญาจะซื้อจะขายไม้เคี่ยมในส่วนที่เป็นของผู้เยาว์ทั้งสองกับโจทก์ ไม่ใช่เป็นการนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปแสวงหาผลประโยชน์อันจำเป็นต้องขออนุญาตต่อศาลก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 (11) หากแต่เป็นการทำสัญญาขายสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์ ซึ่งไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เพราะไม่เป็นกรณีที่ต้องห้ามตามมาตรา 1574 แต่อย่างใด สัญญาจะซื้อจะขายไม้เคี่ยมมีผลสมบูรณ์บังคับกันได้ตามกฎหมาย จำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ทั้งสองดังกล่าวย่อมต้องผูกพันตามสัญญาจะซื้อจะขายไม้เคี่ยมตามที่อุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชาย ป. และเด็กหญิง ว. ชำระเงินจำนวน 550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นฎีกา โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2545 นายพิชิต ไตรสิริสาคร โจทก์ นางปฐมาภรณ์หรือปัทมา เจริญพัฒน์ จำเลย ชอบธรรมของเด็กชายปิยะวุฒิ เจริญพัฒน์ และเด็กหญิงปวันรัตน์ เจริญพัฒน์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิชิต ไตรสิริสาคร · จำเลย - นางปฐมาภรณ์หรือปัทมา เจริญพัฒน์ · เจริญพัฒน์ - ชอบธรรมของเด็กชายปิยะวุฒิ · เจริญพัฒน์ - และเด็กหญิงปวันรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ แสนภักดี · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกษิดิ์เดช จีนสลุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6038/2534ฎีกา 6350/2541ฎีกา 3259/2525ฎีกา 9414/2542ฎีกา 3743/2536ฎีกา 2203/2541ฎีกา 622/2539ฎีกา 3496/2537ฎีกา 776/2533ฎีกา 2140/2536ฎีกา 587/2522ฎีกา 1082/2533ฎีกา 4984/2537ฎีกา 6595/2539ฎีกา 1489/2537ฎีกา 7776/2551ฎีกา 12115/2555ฎีกา 4903/2565ฎีกา 1580/2540ฎีกา 3830/2542ฎีกา 453/2567ฎีกา 2536/2536ฎีกา 3781/2531ฎีกา 1072/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา