คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125-2128/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยังคงครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ต่อไปหลังจากที่โจทก์บอกกล่าวให้ออกไป ถือเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีจึงไม่ขาดอายุความ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเพิกเฉยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวและที่ดินพิพาทภายในกำหนดเวลาที่โจทก์บอกกล่าว และยังคงอยู่ในตึกแถวและที่ดินพิพาทนั้นตลอดมา จนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ อันเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถว และส่งมอบตึกแถวคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยทั้งสองต่างชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองตึกแถวตามฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากโจทก์ หากโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องคดีโจทก์ก็ขาดอายุความ เนื่องจากเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเกินกว่า ๑ ปี นับแต่วันขายฝาก และฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายฟ้องให้แจ้งชัดว่า เพราะเหตุใดจำเลยทั้งสองจึงละเมิดสิทธิของโจทก์ การละเมิดเกิดขึ้นตั้งแต่วัน เดือน ปีใด ทำให้จำเลยทั้งสองไม่เข้าใจคำฟ้องของโจทก์และหลงข้อต่อสู้ ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณา นางสาวพจวรรณ สิริรัตน์ ยื่นคำร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๑) และขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นของผู้ร้องสอด ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คนละเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์
ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน
ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องสอดที่ว่า "ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากนางอารีย์ เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ ครบกำหนดไถ่วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๙ นับแต่วันที่ขายฝากหรือนับจากวันที่ครบกำหนดไถ่ถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้เกินกว่า ๑ ปี คดีขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเพิกเฉยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวและที่ดินพิพาทภายในกำหนดเวลาที่โจทก์บอกกล่าวให้ดำเนินการ และยังคงอยู่ในตึกแถวและที่ดินพิพาทตลอดมาจนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ อันเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน.
นายวิชัย เอื้ออังคณากุล ผู้ช่วย
ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นางอัปสร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วย/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125 - 2128/2545
นายเกรียงศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล
นางสาวพจวรรณ สิริรัตน์
นางสาวฮุ้ยเจียงหรือฮุ๊ยเตียง แซ่ลิ้ม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | พินิจศักดิ์กุล - นายเกรียงศักดิ์ · สิริรัตน์ - นางสาวพจวรรณ · แซ่ลิ้ม - นางสาวฮุ้ยเจียงหรือฮุ๊ยเตียง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประเสริฐ เขียนนิลศิริ · สุเมธ ตังคจิวางกูร · ชวลิต ยอดเณร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายธีระพล ศรีอุดมขจร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา