⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2180/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้สิทธิเรียกร้องโดยไม่สุจริตเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้โจทก์จะได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินภายหลัง แต่หากการอ้างสิทธินั้นเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยและได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย โดยจำเลยเสียภาษีบำรุงท้องที่ในนามของตนเองมาโดยตลอด การที่โจทก์กลับมาอ้างสิทธิว่าเป็นผู้มีสิทธิตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ที่ได้ในภายหลังนั้นและมาฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลย จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทั้งเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔ - ๐๑) เลขที่ ๘๒๑ ตำบลโพธิ์วงศ์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ห้ามเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้ส่งมอบที่ดินแปลงดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยรับเงินชำระหนี้เงินกู้ยืมจำนวน ๑๔,๐๐๐ บาท คืนไปจากโจทก์ด้วย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายปี ปีละ ๑๕,๐๐๐ บาท นับจากปี ๒๕๓๙ เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยและบริวารจะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๒๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย ๖๐๐ บาท โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔ - ๐๑) ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ. ๑ ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทางราชการได้กำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และโจทก์มอบที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองทำประโยชน์ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ จนถึงปัจจุบัน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์กู้ยืมเงินจากจำเลยและมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ มิใช่มอบที่ดินพิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย และได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย จำเลยเสียภาษีบำรุงท้องที่ในนามของตนเองมาโดยตลอด การที่โจทก์กลับมาอ้างสิทธิว่าเป็นผู้มีสิทธิตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. ๔ - ๐๑) เอกสารหมาย จ. ๑ ซึ่งเป็นการได้ภายหลังจากนั้น และมาฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยเช่นนี้ จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และเป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2545 นายน้อย ส้มหวาน โจทก์ นายพิมพ์ ศรีด้วง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายน้อย ส้มหวาน · จำเลย - นายพิมพ์ ศรีด้วง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายพิศณุ ตันบัวคลี่ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมจิตร อินทรวิมลเมธา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา