⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2398/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2398/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ต้องกระทำก่อนสิ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่อาจก้าวล่วงได้

ย่อคำพิพากษา

การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะต้องยื่น ก่อนสิ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย การที่รถจักรยานยนต์ที่จำเลยนั่งมาประสบอุบัติเหตุ จนไม่สามารถไปพบทนายความคนใหม่ได้และไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นเวลาราชการในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยอันจะเป็นเหตุให้จำเลยสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายหลังที่สิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้วได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โดยอ้างเหตุสุดวิสัยว่า หลังจากจำเลยได้รับการปล่อยตัว ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์จำเลยได้ติดตามหาทนายจำเลย แต่ไม่พบกัน จนกระทั่งวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๔ จำเลยเดินทางมาที่ศาลชั้นต้นเพื่อติดต่อทนายความคนใหม่ให้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ โดยจำเลยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับญาติเมื่อเวลา ๑๓ นาฬิกาเศษ แต่รถจักรยานยนต์ของจำเลยเกิดอุบัติเหตุชนกับตอไม้ล้มคว่ำจำเลยกับญาติล้มกระแทกพื้นหมดสติไปเป็นเวลานาน มาฟื้นรู้สึกตัวเป็นเวลาค่ำและหมดเวลาราชการแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องมิใช่เหตุสุดวิสัยตามกฎหมายที่จะเป็นเหตุให้จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายได้จึงให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงตามสำนวนได้ความว่าขณะกระทำผิดจำเลยมีอายุ ๕๑ ปี ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒ ปี โดยอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟัง เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๔ จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๔ ครบกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๔ วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๔ จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก ๗ วัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่จำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ภายใน วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๔ เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยอยู่ชนบทห่างไกลความเจริญมีฐานะยากจน ขาดการศึกษาไม่เข้าใจกฎระเบียบของสังคม จำเลยพยายามติดตามหาทนายความของจำเลย แต่ไม่พบ จนวันสุดท้าย จำเลยเดินทางไปติดต่อกับทนายความคนใหม่ แต่รถจักรยานยนต์ที่จำเลยนั่งไปเกิดอุบัติเหตุ จำเลยสลบ ฟื้นขึ้นมาก็หมดเวลาราชการแล้ว จึงถือเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยนั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘ ให้ความหมายของคำว่า เหตุสุดวิสัยไว้ว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดีจะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๔ จำเลยจึงมีเวลาถึง ๑๖ วัน ในการที่จะติดต่อกับทนายความของตนเพื่อทำคำฟ้องอุทธรณ์ยื่นต่อศาลก่อนครบกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์หรือหากมีพฤติการณ์พิเศษไม่สมารถยื่นอุทธรณ์ได้ทันภายในกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ ก็ชอบที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ก่อนสิ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ การที่จำเลยอ้างเหตุว่า ติดตามหาทนายความของจำเลยไม่พบ จำเลยก็ควรติดต่อทนายความคนใหม่เสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ เพื่อทนายความคนใหม่จะได้มีเวลาดำเนินการในการยื่นอุทธรณ์ได้ทันภายในกำหนดเวลา การที่จำเลยเพิ่งจะไปติดต่อทนายความคนใหม่เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๔ อันเป็นวันสุดท้ายของกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่า ทนายความคนใหม่อาจยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ทันก่อนสิ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ถือได้ว่า จำเลยไม่ได้จัดการระมัดระวังตามสมควรเช่นบุคคลซึ่งอยู่ในฐานะและสภาวะเช่นนั้นพึงกระทำเพื่อป้องกันมิให้จำเลยไม่สามารถยื่นอุทธรณ์หรือยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นกำหนดเวลาดังกล่าว การที่รถจักรยานยนต์ที่จำเลยนั่งมาประสบอุบัติเหตุ จนไม่สามารถไปพบกับทนายความคนใหม่ได้ในวันนั้น และไม่สามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นเวลาราชการในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ได้ จึงไม่ถือเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัยอันเป็นเหตุให้จำเลยสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายหลังที่สิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้วได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของจำเลยนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลย ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2398/2545 พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์ นายจิตร นามโคตร จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 23

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายจิตร นามโคตร · 15 - ป.วิ.อ. มาตรา · 23 - ป.วิ.พ. มาตรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · มงคล คุปต์กาญจนากุล · ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายสมนึก ลิ้มเทียมเจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายกิจชัย จิตธารารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1337/2503ฎีกา 4903/2548ฎีกา 7013/2543ฎีกา 523/2513ฎีกา 2785/2539ฎีกา 6468/2549ฎีกา 6322/2537ฎีกา 2238-2240/2548ฎีกา 3736/2531ฎีกา 958/2541ฎีกา 5289/2551ฎีกา 1968/2537ฎีกา 9930/2539ฎีกา 2883/2543ฎีกา 1340/2549ฎีกา 4955/2533ฎีกา 4979/2537ฎีกา 445/2553ฎีกา 10878/2554ฎีกา 4855/2539ฎีกา 5004/2540ฎีกา 819/2532ฎีกา 6569/2542ฎีกา 2112/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา