⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2511/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2545

ป.อาญา ม.33 · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.102

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมียาเสพติดให้โทษหลายชนิดไว้ในครอบครองในสถานที่และเวลาเดียวกัน ถือเป็นความผิดกรรมเดียว แม้จะถูกบรรยายฟ้องแยกเป็นหลายข้อก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกัน แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภทที่ 1 ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและแอมเฟตามีนแยกเป็น ข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มีดคัทเตอร์ 4 เล่ม และไฟแช็กแก๊ส 6 อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อเสพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๖ ปี รวมจำคุก ๑๑ ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๗ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ ลงโทษจำคุก ๖ ปี คำรับของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า_ _ _ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่าวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้ในห้องพักของจำเลยพร้อมยึดเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก ๓ หลอด โดยบรรจุเต็มหลอด ๒ หลอด และบรรจุ ๑/๔ หลอด อีก ๑ หลอด รวมน้ำหนัก ๒.๖๑๐ กรัม เมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด และที่ผ่าครึ่ง ๔๘ ชิ้น รวมน้ำหนัก ๓.๕๕๐ กรัม และสิ่งของอื่น ๆ ตามบัญชีของกลางรายการที่ ๕ ถึงที่ ๑๓ เอกสารหมาย จ.๗ นำส่งพนักงานสอบสวนกล่าวหาจำเลยว่ากระทำความผิดคดีนี้ _ _ _ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกันก็ตาม แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ เหมือนกัน ทั้งร้อยตำรวจโท พ.และสิบตำรวจตรี ช.ตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน อันแสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน ไม่ใช่จำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองต่างกรรมต่างวาระกันแต่อย่างใด การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนแยกเป็นข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่มีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง มีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม และไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวและอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลางได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบมีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม ไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน และอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายเกษม ควรเจริญ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด นายณรงค์ เอกสกุลชัย

รายละเอียดคดี

คู่ความสำนักงานอัยการสูงสุด - พนักงานอัยการ · เอกสกุลชัย - นายณรงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต · ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 185/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา