⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2601/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2601/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำเบิกความพยานเพื่อเพิ่มเติมข้อความในสัญญาค้ำประกันที่ทำเป็นหนังสือไว้แล้วนั้น ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ค้ำประกันอ้างมีข้อความเกี่ยวกับการจ้างจำเลยที่ 1 เข้าทดลองงานเท่านั้น ไม่มีข้อความใดเกี่ยวพันกับสัญญาค้ำประกันที่จะนำมาแปลความหมายในสัญญาค้ำประกันได้ ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวเพื่อให้นำมาพิจารณาประกอบสัญญาค้ำประกัน หรืออ้างคำเบิกความพยานโจทก์และพยานจำเลยว่าจำเลยมีระเบียบในการเปลี่ยนสัญญาค้ำประกันใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งสูงขึ้นหรือมีความรับผิดชอบสูงขึ้น ล้วนแต่เป็นการอ้างเพื่อให้ศาลรับฟังว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมข้อความในสัญญา ค้ำประกันอีก ซึ่งต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,575,082.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,058,952 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่าขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินจำนวน 1,058,952 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2542) รวมแล้วต้องไม่เกิน 516,130.30 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับว่าได้ทำสัญญาค้ำประกันดังกล่าว และสัญญาค้ำประกันมิได้ระบุตำแหน่งงานใด ๆ ไว้ กรณีจึงต้องพิเคราะห์เพียงข้อความในสัญญาค้ำประกันนั้นว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผิดต่อโจทก์สำหรับการทำงานของจำเลยที่ 1 ในตำแหน่งผู้จัดการสาขาแกลงหรือไม่ เพียงใด ปรากฏว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างมีข้อความเกี่ยวกับการจ้างจำเลยที่ 1 เข้าทดลองงานเท่านั้น ไม่มีข้อความใดเกี่ยวพันกับสัญญาค้ำประกันที่จะนำมาแปลความหมายในสัญญาค้ำประกันได้ ดังนั้น ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวเพื่อให้นำมาพิจารณาประกอบสัญญาค้ำประกันอ้างคำเบิกความพยานโจทก์และพยานจำเลยว่าจำเลยมีระเบียบในการเปลี่ยนสัญญาค้ำประกันใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนตำแหน่งสูงขึ้นหรือมีความรับผิดชอบสูงขึ้นนั้น ล้วนแต่เป็นการอ้างเพื่อให้ศาลรับฟังว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมข้อความในสัญญาค้ำประกันนั้นอยู่อีก ซึ่งต้องห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานเช่นว่านั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 กรณีจึงไม่อาจรับฟังดังที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันแก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2601/2545 บริษัทสยามกลการ จำกัด โจทก์ นายเดชา เอี่ยวเจริญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามกลการ จำกัด · จำเลย - นายเดชา เอี่ยวเจริญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษมสันต์ วิลาวรรณ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง (ชลบุรี) - นายวิโรจน์ ตุลาพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1968/2533ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5086/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา