⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2962/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2962/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระเบี้ยประกันภัยตามสัญญาเช่าซื้อ ถือเป็นการผิดสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยชอบด้วยกฎหมายหลังจากได้มีหนังสือเตือนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อระบุให้จำเลยผู้เช่าซื้อมีสิทธิยกเลิกข้อตกลงตามบันทึกโดยอาศัยเหตุอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในบันทึกนี้ การจะยกเลิกข้อตกลงนั้นจึงต้องมีเหตุอื่น ๆ อันจะเป็นหลักแห่งข้ออ้างในการเลิกข้อตกลง และเหตุอื่น ๆ นั้น น่าจะเป็นหรือเกิดจากการกระทำของคู่สัญญา ในคดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำการผิดเงื่อนไขข้อสัญญาแต่ประการใด ระยะเวลาให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยนั้นระบุไว้ในสัญญาโดยชัดแจ้ง การเปลี่ยนระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยของจำเลยนั้นเป็นการทำให้โจทก์เสียเปรียบโดยไม่มีเหตุอันควรจะอ้าง จึงรับฟังไม่ขึ้น เมื่อจำเลยไม่ชำระเบี้ยประกันเป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญา จำเลยย่อมเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ได้มีหนังสือเตือนให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยแล้วจำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยรับรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนในสภาพปัจจุบันโดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อและบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อเกี่ยวกับรายละเอียดการประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อจริง แต่ตามบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อ ข้อ ๙ ระบุว่า จำเลยมีสิทธิยกเลิกข้อตกลงตามบันทึกนี้ได้โดยเหตุอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในบันทึกนี้ และไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่ถือเป็นความรับผิดของจำเลยแต่อย่างใด การยกเลิกข้อตกลงตามบันทึกฉบับนี้หรือการยกเลิกการเอาประกันภัยตามข้อ ๖ , ๗ และ ๘ ของบันทึกไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าเช่าซื้อซึ่งโจทก์จะต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อแต่อย่างใด เห็นได้ชัดว่าบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อข้อ ๙ นั้น เป็นสิทธิของจำเลยที่สงวนไว้แต่ฝ่ายเดียวในอันที่จะยกเลิกข้อตกลงตามบันทึกนี้ได้ จำเลยได้ใช้สิทธินี้โดยแจ้งให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือแล้วเพื่อให้โจทก์ทราบว่าจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันภัยในปีที่ ๓ เอง เนื่องจากจำเลยได้ขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกระยะเวลาการจัดทำประกันภัยที่เกินกว่า ๒ ปี นั้น โดยอาศัยสิทธิตามบันทึกต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อ การประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อในปีที่ ๓ จึงไม่ใช่หน้าที่ของจำเลย การที่โจทก์ไม่ทำประกันภัยต่อในปีที่ ๓ จึงเป็นการเสี่ยงภัยของโจทก์เอง ต่อมาโจทก์ได้ค้างชำระค่าเช่าซื้อเกินกว่า ๒ งวด ติดต่อกัน ซึ่งจำเลยมีสิทธิเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ทันทีตามสัญญาเช่าซื้อข้อ ๕ จำเลยมิได้ผิดสัญญา หากโจทก์ประสงค์จะบอกเลิกสัญญาแล้ว โจทก์จะต้องบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้จำเลยทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และจะต้องคืนรถยนต์คันที่เช่าซื้อให้แก่จำเลย ณ สถานที่ที่จำเลยจะกำหนดให้ แต่โจทก์กลับเพิกเฉย ยึดหน่วง และครอบครองรถยนต์คันที่เช่าซื้อเรื่อยมาจนปัจจุบัน จำเลยยังไม่สามารถติดตามกลับคืนมาได้ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยได้ ที่โจทก์อ้างว่ารถยนต์คันที่เช่าซื้อเกิดอุบัติเหตุ ได้รับความเสียหาย หากเป็นจริงก็เกิดจากการกระทำของโจทก์ซึ่งโจทก์จะต้องรับผลเสี่ยงภัยจากการกระทำของโจทก์เอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๗๕๘,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยรับรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนไปในสภาพปัจจุบัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว? มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยจะยกเลิกข้อตกลงนี้ โดยอาศัยสัญญาข้อ ๙ ได้หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาข้อ ๙ ระบุว่า "ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิยกเลิกข้อตกลงตามบันทึกฉบับนี้ได้ โดยอาศัยเหตุอื่น ๆ ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในบันทึกนี้?" เห็นว่า การจะยกเลิกข้อตกลงนั้นจะต้องมีเหตุอื่น ๆ อันจะเป็นหลักแห่งข้ออ้างในการเลิกข้อตกลง และเหตุอื่น ๆ นั้น น่าจะเป็นหรือเกิดจากการกระทำของคู่สัญญา ในคดีนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้กระทำการผิดเงื่อนไขข้อสัญญาแต่ประการใด ระยะเวลาให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยนั้นระบุไว้ในสัญญาโดยชัดแจ้ง การเปลี่ยนระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยของจำเลยนั้น เป็นการทำให้โจทก์เสียเปรียบโดยไม่มีเหตุอันควรจะอ้าง จึงรับฟังไม่ขึ้น เมื่อจำเลยไม่ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นการผิดข้อตกลงตามสัญญา จำเลยย่อมเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีหนังสือเตือนให้จำเลยชำระเบี้ยประกันภัยตามเอกสารหมาย จ. ๙ แล้ว เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง โจทก์บอกเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ. ๑๕ และใบตอบรับเอกสารหมาย จ. ๑๖ การบอกเลิกสัญญาของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว? พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2962/2545 นายเสนาะ นักกันต์ โจทก์ บริษัททรู - เวย์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสนาะ นักกันต์ · จำเลย - บริษัททรู - เวย์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร สุภาดุลย์ · เดิมพัน จรรยามั่น · สมชัย เกษชุมพล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวสิริกานต์ มีจุล · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระพล ตั้งสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7022/2552ฎีกา 472/2526ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 390/2536ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 144/2535ฎีกา 6344/2549ฎีกา 2409/2551ฎีกา 8477/2540ฎีกา 1339/2536ฎีกา 6239/2551ฎีกา 3601/2538ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3010/2543ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 292/2518ฎีกา 3408/2530ฎีกา 43-44/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา