คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามนั้น และศาลจะแก้ไขได้เฉพาะข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยเท่านั้น การเพิ่มเติมข้อสัญญาใหม่ที่มิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลไม่มีอำนาจแก้ไขได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามนั้น และแม้สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาก็ตาม แต่การจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก็ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 วรรคหนึ่งเท่านั้น แต่ข้อที่โจทก์หรือจำเลยทั้งสองขอเพิ่มนั้นเป็นการเพิ่มเติมหมายเลขโฉนดที่ดิน สำหรับที่ดินอีก 1 แปลง เข้ามาใหม่ กรณีจึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลมีอำนาจแก้ไขได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง
โจทก์และจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๔๒ อ้างว่า ในการพิมพ์สัญญาประนีประนอมยอมความมิได้ระบุโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๗๐๓ ไว้ด้วย จึงขอเพิ่มเติมแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความโดยเติมโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๗๐๓ ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๕ และให้โจทก์กับจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อกำกับต่อหน้าศาล เพื่อให้ถูกต้องตรงตามเจตนาของคู่ความ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การขอแก้ไขตามคำร้องเป็นการแก้ไขในส่วนสำคัญทั้งไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลทำการแก้ไขได้
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามนั้น และแม้สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาก็ตาม แต่การจะแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก็ต่อเมื่อเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ วรรคหนึ่ง เท่านั้น แต่ข้อที่โจทก์และจำเลยทั้งสองขอเพิ่มนั้น เป็นการเพิ่มเติมหมายเลขโฉนดที่ดิน สำหรับที่ดินอีก ๑ แปลงเข้ามาใหม่ ซึ่งผิดไปจากเดิม กรณีจึงมิใช่ข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลมีอำนาจแก้ไข โจทก์และจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจขอแก้ไขได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
นายสมจิตร์ ทองศรี ผู้ช่วย
นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ
นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ
นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2545
บ. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
นายประยุทธ ศิริภาพที่ 1 กับพวก
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | (มหาชน) - บ. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด · กับพวก - นายประยุทธ ศิริภาพที่ 1 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพศาล เจริญวุฒิ · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายอาคม ศรียาภัย · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรีชา เชิดชู |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา