⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3719/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3719/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งไม่รับอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 แต่หากคู่ความยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นต้องส่งสำนวนให้อุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป และจะสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอีกไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่คู่ความยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีอำนาจตรวจคำฟ้องอุทธรณ์และมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232 กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ หากคู่ความประสงค์จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น คู่ความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 234 บัญญัติไว้ หากคู่ความไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม และเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจะต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอีกไม่ได้ เพราะพ้นอำนาจของศาลชั้นต้นไปแล้ว หากศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ถ้าไม่มีเหตุต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งใหม่ ศาลฎีกาชอบที่ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของคู่ความนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมากจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินตามเช็ค นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นจำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ พ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่นำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางไว้ต่อศาลภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคือวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินตามคำสั่งศาลออกไปเป็นเวลา ๓๐ วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก ๓๐ วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตและกำชับว่า ให้เป็นครั้งสุดท้ายภายในวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๒ แต่ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินต่อศาลออกไปอีก ๓๐ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องขอของจำเลยทั้งสี่ที่อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับวันที่ ๒๙ กรกฏตาคม ๒๕๔๒ ว่า ผู้อุทธรณ์ไม่นำเงินต่าง ๆ มาวางต่อศาลภายในกำหนด จึงไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินฉบับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่า มีเหตุให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการนำค่าฤชาธรรมเนียมและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลถึงสามครั้ง รวมเวลาทั้งสิ้นเกือบสามเดือน เหตุที่จำเลยทั้งสี่ยกขึ้นอ้างขอเลื่อนการวางเงินออกไปอีก ก็มาจากเหตุเดียวกันคือยังไม่สามารถหยิบยืมเงินมาชำระได้ ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่เอง จึงไม่มีเหตุให้ขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนตัวของจำเลยทั้งสี่เอง จึงไม่มีเหตุให้ขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสี่ฉบับวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๒ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้นอย่างไรก็ตามในกรณีที่คู่ความยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีอำนาจตรวจคำฟ้องอุทธรณ์และมีคำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๒ กรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ หากคู่ความประสงค์จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น คู่ความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๔ บัญญัติไว้ หากคู่ความไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม และเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจะต้องส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งอีกไม่ได้ เพราะพ้นอำนาจของศาลชั้นต้นไปแล้ว ดังนั้นเมื่อจำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ฉบับ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ โดยจำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันมาวางต่อศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด และศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๒ ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง แต่ไม่มีเหตุที่จะต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งใหม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรในเรื่องนี้ไปพร้อมกัน ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๔ ถือเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ดังกล่าวเสียด้วย พิพากษายืน และให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ฉบับวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๒ โจทก์มิได้ยื่นคำแก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3719/2545 นายสิทธิชัย ทรัพย์เหลือหลาย โจทก์ นางสาวดวงใจ พุกประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสิทธิชัย ทรัพย์เหลือหลาย · จำเลย - นางสาวดวงใจ พุกประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ไพศาล เจริญวุฒิ · สุภิญโญ ชยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายพีระเดช ไตรรัตน์ธนวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 3589/2525ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 2520/2544ฎีกา 9200/2547ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1234/2508ฎีกา 2898/2538ฎีกา 946/2550ฎีกา 1748/2511ฎีกา 99/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา