⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3803/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2545

ป.อาญา ม.90, 140, 309 · ป.วิ.อาญา ม.15 · ป.วิ.แพ่ง ม.225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น และไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่รับวินิจฉัยให้.

ย่อคำพิพากษา

คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองต่อศาลไม่ปรากฏตามสำนวนว่ามีการข่มขู่แต่อย่างใด จึงต้องถือว่าเป็นการรับสารภาพต่อศาลโดยความสมัครใจ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าถูกนายประกันข่มขู่ให้การรับสารภาพต่อศาล หากไม่รับสารภาพจะถอนประกันจึงถือว่าเป็นการยกข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นขึ้นอุทธรณ์ เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยให้ในปัญหานี้จึงชอบแล้ว โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยไม่ยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นบ้านตามหมายค้นของศาล และไม่ยอมให้นำตัว นาย ก. ซึ่งถูกจับกุมออกจากบ้านด้วยการใช้ไม้ท่อนเป็นอาวุธขู่เข็ญว่าจะทำร้ายและได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าพนักงานตำรวจโดยปิดล็อกใส่กุญแจประตูรั้วบ้านไม่ยอมให้ออกจากบ้าน กับใช้ไม้ท่อนเป็นอาวุธขู่เข็ญว่าจะทำร้าย อันเป็นการข่มขืนใจ เจ้าพนักงานตำรวจให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองมีเพียงเจตนาเดียวคือป้องกันมิให้ผู้เสียหายทั้งห้าจับกุมตัวนาย ก. เท่านั้น และเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องในทันทีทันใด ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเพียงกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๙๑, ๑๓๘, ๑๓๙, ๑๔๐, ๓๐๙, ๓๑๐ ริบไม้ท่อนของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง, ๑๓๙ ประกอบมาตรา ๑๔๐ วรรคแรก, ๓๐๙ วรรคสอง, ๓๑๐ วรรคแรก เรียงกระทงลงโทษ ฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุกคนละ ๖ เดือน ฐานข่มขืนใจเป็นกรรมเดียวกันมีอัตราโทษเท่ากัน ลงโทษฐานข่มขืนใจเจ้าพนักงานจำคุกคนละ ๑ ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ๑ ปี ๑๒ เดือน จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑๒ เดือน ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท โดยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๐ วรรคแรก และมาตรา ๓๐๙ วรรคสอง มีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๐ วรรคแรก จำคุกคนละ ๑ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเพราะถูกนายประกันข่มขู่ว่าหากไม่ยอมรับสารภาพจะถอนประกัน คำรับสารภาพจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เห็นว่า คำรับสารภาพของจำเลยทั้งสองต่อศาลไม่ปรากฏตามสำนวนว่ามีการข่มขู่แต่อย่างใด จึงต้องถือว่าเป็นการรับสารภาพต่อศาลโดยความสมัครใจ การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่าถูกข่มขู่ให้รับสารภาพต่อศาล จึงถือว่าเป็นการยกข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นขึ้นอุทธรณ์ เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ และข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ไม่รับวินิจฉัยให้ในปัญหานี้จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ เห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองมีเพียงเจตนาเดียวคือป้องกันมิให้ผู้เสียหายทั้งห้าจับกุมตัวนายกิตติศักดิ์ ชูประเสริฐ เท่านั้น และเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องในทันทีทันใด ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นเพียงกรรมเดียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน นายอดิเทพ ถิระวัฒน์ ผู้ช่วย นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายโชติช่วง ทัพวงศ์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2545 นางสุกัญญา นาคหรั่ง ที่1 นายธวัช บุตรสุวรรณ ที่ 2

รายละเอียดคดี

คู่ความที่1 - นางสุกัญญา นาคหรั่ง · 2 - นายธวัช บุตรสุวรรณ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุรพล โตศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิชัย ตัญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 3136/2524ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1666/2521ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 893/2563ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา