คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และทราบผลคำพิพากษาล่าช้า ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่อาจอ้างเพื่อขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ได้ แต่ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าวันก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และเพิ่งมาทราบผลคำพิพากษาโดยย่อหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 1 เดือน ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่อ้างเพื่อขอให้ศาลขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้เท่านั้น แต่มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 แม้ฎีกาของจำเลยจะเป็นสาระแก่คดีแต่ก็ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากวันที่ 7 เมษายน 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน105,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
วันที่ 9 พฤษภาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดสำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2543 จนกระทั่งบัดนี้จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษา และจากการติดตามทุกสัปดาห์ก็ยังไม่อาจทราบเหตุและผลคำพิพากษา ครั้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 จำเลยตรวจสอบจากคอมพิวเตอร์จึงทราบว่าจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี การที่จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ก่อนหน้านี้เพราะเหตุดังกล่าวอันเป็นเหตุสุดวิสัย ขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าหลายวันก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และเพิ่งทราบผลคำพิพากษาโดยย่อเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 แม้ในวันที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก็ยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษาซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ไม่อาจจัดทำอุทธรณ์ได้เป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดชัดแจ้งแล้วว่า ข้ออ้างดังกล่าวถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้เท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะยื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ฎีกาของจำเลยไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองได้ จึงเป็นฎีกาที่เป็นสาระแก่คดีอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"
พิพากษายกฎีกาของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2545
นาย สมศักดิ์ รุ่งโรจน์วิทยกุล โจทก์
นาย กมลพันธ์ ชูศรีรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย สมศักดิ์ รุ่งโรจน์วิทยกุล · จำเลย - นาย กมลพันธ์ ชูศรีรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิบูลย์ มีอาสา · ศุภชัย ภู่งาม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ