คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4556/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาโดยขาดนัด ถือเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจึงต้องนำเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ ผลเท่ากับเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้น จำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติก่อน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ และบังคับจำนอง จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีแต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๕,๓๘๖,๑๖๙.๒๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๓๙ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๙๑๒ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสามชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท
จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่
ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสามจงใจไม่มาศาลและไม่มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีได้ความว่าจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นได้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ ผลเท่ากับเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอยู่ในตัวนั่นเอง ดังนั้น จำเลยทั้งสามต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๙ โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติก่อน เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4556/2545
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์
นายประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิรัช ลิ้มวิชัย · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · สายันต์ สุรสมภพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุภัทร์ สุทธิมนัส · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา