⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4589/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 เรือนจำกลางบางขวางแจ้งว่าจำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย แต่ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ทราบเพื่อมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 4 จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาใหม่ เมื่อจำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (ที่ถูกวรรคหนึ่งและวรรคสอง) , ๖๖ วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและในชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละหนึ่งในสาม และลดโทษให้จำเลยที่ ๔ หนึ่งในสี่ คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๓๗ ปี ๖ เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษให้จำเลยที่ ๓ กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า? อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เรือนจำกลางบางขวางมีหนังสือแจ้งว่าจำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๔ แต่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินการเกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ โดยแจ้งให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ทราบเพื่อหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและมีคำสั่งให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๔ โดยมิได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๔ ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๑) พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ คนละ ๒๗ ปี จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม จำเลยที่ ๓ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๘ ปี จำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๑๓ ปี ๖ เดือน และให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2545 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ นางเลี่ยนอิ่มหรือนี นิลวงค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นางเลี่ยนอิ่มหรือนี นิลวงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หัสดี ไกรทองสุก · ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · ธาดา กษิตินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายนิธิ ศรีนาราง · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา