คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่เด็กร้องขอเข้าร่วมด้วยเสมอ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่ไม่อาจรอได้ หากไม่ปฏิบัติตาม การสอบสวนนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพนักงานอัยการจะไม่มีอำนาจฟ้องคดีนั้น
ย่อคำพิพากษา
การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี พนักงานสอบสวนจะต้องแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนนั้นด้วย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 ตรี ประกอบด้วย มาตรา 133 ทวิ ตามบทบัญญัติดังกล่าวบังคับโดยเด็ดขาดว่าต้องจัดให้มีบุคคลดังกล่าวข้างต้นเข้าร่วมในการสอบสวนด้วย เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวพร้อมกันได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134 ประกอบด้วยมาตรา 133 ทวิ วรรคห้า จำเลยได้กระทำผิดและถูกสอบสวนขณะมีอายุไม่เกิน 18 ปี แต่พนักงานสอบสวนมิได้จัดให้มีบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการสอบสวนด้วย เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้สอบถามจำเลยในขณะทำการสอบสวนว่าจำเลยมีทนายความหรือไม่ ต้องการทนายความหรือผู้ใดที่จำเลยไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบสวนหรือไม่ จำเลยตอบว่า จำเลยไม่มีทนายความ และไม่ต้องการผู้ใดร่วมฟังการสอบสวน โดยไม่ปรากฏกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่มีเหตุอันควรไม่อาจรอได้ เช่นนี้ การสอบสวนดังกล่าวจึงไม่ชอบ ถือว่ามิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้น พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดตามฟ้องที่มิได้มีการสอบสวนก่อน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๘๓ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ ริบของกลาง จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับและจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ (ที่ถูกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ด้วย) ปรับ ๒๙๖,๐๐๔ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับ ๑๔๘,๐๐๒ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ริบของกลาง จ่ายสินบนร้อยละ ๓๐ และจ่ายรางวัลร้อยละ ๒๕ ของเงินที่ได้จากการขายของกลาง กรณีไม่อาจขายของกลางได้ ให้จ่ายจากเงินค่าปรับที่ได้ชำระต่อศาล ตามพระราชบัญญัติ ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๗, ๘
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฎหมายและพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๓ ทวิ บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป หรือในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปีและผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กร้องขอ หรือในคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี การถามปากคำเด็กไว้ในฐานะเป็นผู้เสียหายหรือพยานให้แยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำนั้นด้วย" มาตรา ๑๓๔ ตรี บัญญัติว่า "ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๓ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสอบสวนผู้ต้องหาอายุ ไม่เกินสิบแปดปี" บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าวหมายความว่า สำหรับการสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนจะต้องแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนนั้นด้วย บทบัญญัติดังกล่าวบังคับโดย เด็ดขาดว่าต้องจัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการ สอบสวนผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีเว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง ซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวพร้อมกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ ตรี ประกอบด้วยมาตรา ๑๓๓ ทวิ วรรคห้า คดีนี้จำเลยได้กระทำผิดและถูกสอบสวนขณะมีอายุ ๑๗ ปี ๑๑ เดือน ๑๔ วัน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ ตรี ประกอบด้วย มาตรา ๑๓๓ ทวิ แต่เมื่อพิเคราะห์สำเนาบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารท้ายฟ้องแล้วปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้สอบถามจำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องหาในขณะทำการสอบสวนว่าจำเลยมีทนายความหรือไม่ ต้องการทนายความหรือผู้ใดที่จำเลยไว้วางใจเข้าร่วมฟังการสอบสวนหรือไม่ จำเลยตอบว่า จำเลยไม่มีทนายความ และไม่ต้องการผู้ใดร่วมฟังการสอบสวน เมื่อจำเลยแถลงเช่นนี้ พนักงานสอบสวนจึงมิได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนด้วยซึ่งข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่มีเหตุอันควรไม่อาจรอได้ เช่นนี้การสอบสวนในกรณีนี้จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ ตรี ประกอบด้วยมาตรา ๑๓๓ ทวิ เมื่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวนไม่ชอบ ถือว่ามิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้น ด้วยเหตุนี้พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ในความผิดตามฟ้องที่มิได้มีการสอบสวนก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
(รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ - อรพินท์ เศรษฐมานิต - ชัช ชลวร)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2545
พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์
นายจิรพงษ์ จูมเกตุ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเลย · จำเลย - นายจิรพงษ์ จูมเกตุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเลย - นายพิชิต ลิ้มวาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - ศุภชัย สมเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา