คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5296/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปรับบทกฎหมายที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายยาเสพติด จะต้องพิจารณาถึงสถานะของบุคคลนั้นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่กฎหมายกำหนดไว้จริงหรือไม่ หากปรับบทกฎหมายไม่ถูกต้อง ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้เพื่อประโยชน์แห่งความสงบเรียบร้อย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 3 เป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวของเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก จึงมิใช่พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100 ที่ศาลชั้นต้นปรับบทกฎหมายมาตราดังกล่าวสำหรับจำเลยที่ 3 และศาลอุทธรณ์ไม่แก้ไขเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจยกไม่วินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๐, ๑๐๒ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓, ๑๐ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓ และริบของกลาง
จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง, ๑๐๒ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ สำหรับจำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ กำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ ซึ่งระวางโทษเท่ากันให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ กำหนดโทษประหารชีวิต จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๒ (๒) คงจำคุกจำเลยทั้งห้าตลอดชีวิต และ ริบของกลาง
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๕ ไม่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?
อย่างไรก็ดี สำหรับจำเลยที่ ๓ นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๓ เป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวของเทศบาลตำบล สุไหงโก-ลก จึงมิใช่พนักงานส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปราม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐ ดังฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๓ โดยปรับบทกฎหมายมาตราดังกล่าวด้วย และศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้ไขนั้นเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง, ๑๐๒ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5296/2545
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายอาแซ อูแด ที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายอาแซ อูแด ที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วรนาถ ภูมิถาวร · ปัญญา ถนอมรอด · สุเทพ เจตนาการณ์กุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา