⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 576-577/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576-577/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความตายแก่ผู้ตายโดยการทุบตีอย่างรุนแรงจนกะโหลกศีรษะแตกและนำไปทิ้งน้ำทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าและกระทำทารุณโหดร้าย

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์และโจทก์ร่วมจะไม่มีพยานมาเบิกความให้เห็นว่านับจากเวลาที่ผู้ตายทั้งสามถูกนำตัวขึ้นรถไปจนถึงเวลาที่ผู้ตายทั้งสามถูกฆ่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กับพวกที่หลบหนีได้กระทำอย่างไรบ้าง แต่จากบาดแผลที่ผู้ตายทั้งสามได้รับตามรายงานการตรวจศพของแพทย์ ปรากฏว่าผู้ตายทั้งสามมีบาดแผลที่บริเวณศีรษะเป็นจำนวนมาก บาดแผลส่วนใหญ่เกิดจากถูกตีด้วยของแข็งที่มีน้ำหนักมากจนกะโหลกศีรษะของแต่ละคนแตกกระจายทั่วไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีเนื้อสมองออกมาจากบาดแผล สำหรับ ส.และ ช.ผู้ตายยังพบเศษดินโคลนและน้ำในหลอดลมซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า ผู้ตายทั้งสามถึงแก่ความตายเนื่องจากสมองถูกทำลายจากของแข็งกระทบกระแทกและขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ ชี้ให้เห็นว่าก่อนผู้ตายทั้งสามจะถึงแก่ความตายได้ถูกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กับพวกใช้ของแข็งไม่มีคมทุบตีที่บริเวณศีรษะอย่างรุนแรงหลายครั้งจนกระโหลกศีรษะแตกกระจายเนื้อสมองไหลออกมาจากบาดแผล หลังจากนั้นยังถูกนำไปทิ้งน้ำทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีเจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสามโดยการทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องจำเลยทั้งหกกับพวกอีก ๗ คน ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๑๕๗, ๘๓, ๙๑, ๓๓ และ ให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืน หรือใช้ราคาทรัพย์แก่ทายาทของผู้เสียหาย และริบของกลาง จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ภริยา ส. ผู้ตาย และบิดา ช. ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๕) ประกอบมาตรา ๘๓ ให้ระวางโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งหก และจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ อีกกระทงหนึ่ง จำคุกคนละ ๑ ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งหก ทางนำสืบของจำเลยทั้งหกเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๒ (๑) คงให้จำคุกจำเลยทั้งหกตลอดชีวิต ริบของกลางคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจาก ข้อสงสัยว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกที่หลบหนีทำร้ายร่างกายผู้ตายทั้งสามจนสลบแล้วนำร่างของ ผู้ตายทั้งสามใส่รถยนต์ปิกอัพขับออกไป พยานหลักฐานของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ไม่มีน้ำหนักที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองได้ แม้ขณะที่ผู้ตายทั้งสามถูกฆ่าจะไม่มีพยานผู้ใดรู้เห็น แต่จากพฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกที่หลบหนีช่วยกันรุมทำร้ายผู้ตายทั้งสามจนสลบแล้วนำตัวขึ้นรถยนต์ปิกอัพขับพาออกไป ต่อมารุ่งเช้ามีผู้พบศพผู้ตายทั้งสามจมน้ำอยู่ในร่องสวนซึ่งเป็นระยะเวลาห่างจากที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกพาผู้ตายทั้งสามขึ้น รถยนต์ปิกอัพขับออกไปไม่กี่ชั่วโมง ย่อมชี้ชัดว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกที่หลบหนีเป็นผู้ร่วมกันฆ่าผู้ตายทั้งสามจริง ส่วนที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ ๓ ไม่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือทารุณโหดร้ายนั้น เห็นว่า แม้โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองจะไม่มีพยานมาเบิกความให้เห็นว่า นับจากเวลาที่ผู้ตายทั้งสามนำตัวขึ้นรถไปจนถึงเวลาที่ผู้ตายทั้งสามถูกฆ่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกที่หลบหนีได้กระทำอย่างไรบ้าง แต่จากบาดแผลที่ผู้ตายทั้งสามได้รับตามรายงานการตรวจศพของแพทย์ ปรากฏว่าผู้ตายทั้งสามมีบาดแผลที่บริเวณศีรษะเป็นจำนวนมาก บาดแผลส่วนใหญ่เกิดจากถูกตีด้วยของแข็งที่มีน้ำหนักมากจนกระโหลกศรีษะของแต่ละคนแตกกระจายทั่วไปเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีเนื้อสมองออกมาจากบาดแผล สำหรับ ส. และ ช. ยังพบเศษดินโคลนและน้ำในหลอดลมซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า ผู้ตายทั้งสามถึงแก่ความตายเนื่องจากสมองถูกทำลายจากของแข็งกระทบกระแทกและขาดอากาศหายในจากการจมน้ำ ชี้ให้เห็นว่าก่อนผู้ตายทั้งสามจะถึงแก่ความตายได้ถูกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกใช้ของแข็งไม่มีคมทุบตีที่บริเวณศีรษะอย่างรุนแรงหลายครั้งอย่างโหดเหี้ยมจนกะโหลกศีรษะแตกกระจายเนื้อสมองไหลออกมาจากบาดแผล หลังจากนั้นยังถูกนำไปทิ้งน้ำทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ กับพวกที่หลบหนีมีเจตนาฆ่าผู้ตายทั้งสามโดยการทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น... ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576 - 577/2545 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นางอุไรวรรณ โลหิตตาดิส กับพวก โจทก์ร่วม จ่าสิบตำรวจสินชัย ไหลงาม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · โจทก์ร่วม - นางอุไรวรรณ โลหิตตาดิส กับพวก · จำเลย - จ่าสิบตำรวจสินชัย ไหลงาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง · สบโชค สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายอุทิศ สุภาพ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 1/2567ฎีกา 6675/2531ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา