⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1132/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2546

ป.วิ.อาญา ม.120

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การลักทรัพย์ที่เป็นสาธารณสมบัติ ไม่จำเป็นต้องระบุผู้เสียหายให้ชัดเจนเพื่อการสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สายไฟฟ้าที่ถูกลักเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ กรมทางหลวงหรือกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญของการสอบสวน แม้มิได้สอบสวนให้แจ้งชัดว่าผู้ใดเป็นผู้เสียหายการสอบสวนก็ชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับนายคมกริช เสนาบูรณ์ จำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 402/2543 ของศาลชั้นต้น ได้ร่วมกันลักสายไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างโคมเสาไฟฟ้าส่องถนนแต่ละต้นยาวประมาณ 30 เมตร จำนวน 1 เส้น ราคา 6,000 บาท และสายไฟทองแดงที่ต่อระหว่างเสาไฟฟ้าไปพื้นดินเพื่อเป็นสายดินยาวเส้นละประมาณ 2เมตร จำนวน 15 เส้น รวมราคา 4,500 บาท รวมราคาทั้งสิ้น 10,500 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้และมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ไฟฟ้าส่องถนนของกรมทางหลวงผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(7)(10) วรรคสอง, 83 จำคุกคนละ 6 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 4 ปี ส่วนคำขอให้ริบคีมตัดลวด ประแจปากตายและกระเป๋าถือของกลางนั้นศาลได้สั่งให้ริบในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 402/2543 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2541/2543 ของศาลชั้นต้น แล้ว จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คนละหนึ่งในสามแล้วคงลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2ได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดตามฟ้องจริงส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกากล่าวอ้างว่าพนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนโดยแจ้งชัดว่าผู้ใดเป็นผู้เสียหายและทรัพย์ของกลางเป็นของผู้เสียหายจริงหรือไม่ จึงเป็นการสอบสวนไม่ชอบนั้น เห็นว่า สายไฟฟ้าของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์กรมทางหลวงหรือกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญการสอบสวนของพนักงานสอบสวนชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ไพโรจน์ ยาดา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย ไพโรจน์ ยาดา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศณุ เลื่อมสำราญ · สุรพล เจียมจูไร · มงคล ทับเที่ยง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 3593/2529ฎีกา 3423/2548ฎีกา 3811/2528ฎีกา 2670/2521ฎีกา 1813/2531ฎีกา 403/2537ฎีกา 5790/2541ฎีกา 2412/2562ฎีกา 1239/2481ฎีกา 4205/2541ฎีกา 13990/2556ฎีกา 659-661/2567ฎีกา 2882/2527ฎีกา 20395/2555ฎีกา 417/2523ฎีกา 752/2520ฎีกา 987/2487ฎีกา 801/2511ฎีกา 5165/2549ฎีกา 7590/2543ฎีกา 296/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา