⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2627/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลเป็นผู้ส่งหมายข้ามเขตและมิได้แจ้งผลการส่งหมายให้คู่ความทราบ คู่ความจึงยังไม่ถือว่าละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

ศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย โดยให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน คำสั่งดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้จำเลยเป็นผู้ส่งสำเนาอุทธรณ์ ปรากฏว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้สั่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์แก่โจทก์ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้แจ้งผลการส่งหมายมาที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการว่าส่งให้ไม่ได้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งว่ารอจำเลยแถลง ดังนี้ เป็นกรณีที่จำเลยมิได้เป็นผู้นำส่งแต่เป็นการส่งหมายข้ามเขตที่ศาลเป็นผู้ส่งเอง เมื่อศาลจังหวัดสมุทรปราการมิได้แจ้งผลการส่งหมายให้จำเลยทราบจำเลยย่อมไม่มีทางทราบถึงผลการส่งหมายดังกล่าว การที่จำเลยมิได้ยื่นคำแถลงให้ดำเนินการต่อไป จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) อันจะถือเป็นการทิ้งฟ้องแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความจำนวน 648,912 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน633,085 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย ให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วันหากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตรายงานว่านำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์แล้ว แต่ส่งไม่ได้ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแนบท้ายหนังสือศาลชั้นต้นที่โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตลงวันที่ 7 ธันวาคม 2542 ว่า ส่งให้โจทก์ไม่ได้เพราะหาที่อยู่ไม่พบ ศาลชั้นต้นสั่งว่ารอจำเลยแถลง แต่จำเลยก็ไม่ได้แถลงเข้ามาภายในกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งให้รวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นคือศาลจังหวัดสมุทรปราการสั่งรับอุทธรณ์จำเลยให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายใน 7 วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วันตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นการกำหนดให้จำเลยเป็นผู้นำส่งสำเนาอุทธรณ์แต่ปรากฏว่าคดีนี้โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการจึงมีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ให้สั่งเจ้าหน้าที่ดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้แจ้งผลการส่งหมายมายังศาลจังหวัดสมุทรปราการว่าส่งให้ไม่ได้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ได้สั่งว่ารอจำเลยแถลง ดังนี้ จึงเป็นการแสดงว่าจำเลยมิได้เป็นผู้นำส่ง หากแต่เป็นการส่งหมายข้ามเขตศาลซึ่งศาลเป็นผู้ส่งเองเมื่อศาลจังหวัดสมุทรปราการมิได้แจ้งผลการส่งหมายดังกล่าวให้จำเลยทราบ จำเลยย่อมไม่มีทางทราบถึงผลการส่งหมายดังกล่าว การที่จำเลยมิได้ยื่นคำแถลงให้ดำเนินการต่อไป จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งผลการส่งหมายนัดและสำเนาฟ้องอุทธรณ์แก่โจทก์ให้จำเลยทราบแล้วดำเนินการต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2546 นาง จินตนา แซ่ปัง โจทก์ นาย นพดล ตรัยเสาวภาคย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง จินตนา แซ่ปัง · จำเลย - นาย นพดล ตรัยเสาวภาคย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรพล จันทร์สว่าง · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · สมชัย จึงประเสริฐ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 3914/2531ฎีกา 4024/2536ฎีกา 4820/2548ฎีกา 1337/2533ฎีกา 1843/2551ฎีกา 393/2536ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 6472/2541ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 4762/2545ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 70/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ