⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2835/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2835/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ย่อมไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนคืนแก่โจทก์ได้ แม้จะฟังได้ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลยก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ โดยอ้างเหตุจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปใช้ดำเนินการจดทะเบียน แต่ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนแก่โจทก์ในคดีนี้ได้เพราะนอกประเด็นตามคำฟ้อง แม้จะฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลยเป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวงก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวม ๒ โฉนด คืนแก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมและค่าอากร หากไม่จดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถจดทะเบียนโอนไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้องและขอให้โจทก์และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทแล้วส่งมอบคืนจำเลยในสภาพเรียบร้อย ให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และชำระค่าเสียหายเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยทำหนังสือรับสภาพหนี้และหนังสือสัญญาขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้จำเลย ลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว ไม่ใช่ลายมือชื่อโจทก์ จำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทโดยมิชอบ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ ๓๖/๒๗ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๓๔๔๗ กับที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๔๖๖๙ ตำบลบางแก้ว (สำโรงฝั่งเหนือ) อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลยเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๖๒,๕๐๐ บาท คำขอจำเลยนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๓๔๔๗ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๑๔๖๖๙ แก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมทั้งหมด หากไม่ไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และหากไม่สามารถโอนได้ด้วยเหตุใด ๆ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม ๘๐,๐๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยจดทะเบียนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยว่าลักโฉนดที่ดินพิพาท ปลอมหนังสือมอบอำนาจและใช้หนังสือมอบอำนาจปลอม จดทะเบียนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลย ประเด็นตามคำฟ้องเป็นประเด็นเดียวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๔๘๘/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๖๐/๒๕๓๙ ของศาลแขวงสมุทรปราการ เป็นคดีที่พนักงานอัยการฟ้องโจทก์ว่าแจ้งความเท็จ ประเด็นตามคำฟ้องคนละประเด็นกับคดีนี้ คดีนี้จึงมิใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าว หากแต่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๕๔๘๘/๒๕๓๙ ของศาลชั้นต้น ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ คดีอาญาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ลักทรัพย์ และโจทก์ยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยด้วยเจตนาบางประการ โดยโจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลย เป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวง คดีนี้จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ โดยอ้างเหตุว่าจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปใช้ดำเนินการจดทะเบียน แต่ข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นของจำเลย จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทคืนแก่โจทก์ในคดีนี้ได้ เพราะนอกประเด็นตามคำฟ้อง แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่า โจทก์ไม่ได้เป็นหนี้จำเลยและไม่ได้ขายที่ดินให้จำเลยเป็นการสมคบกันแสดงเจตนาลวงก็ตาม ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทกับชดใช้ค่าเสียหายนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์ไม่ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้แก่จำเลย การจดทะเบียนดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาลวง ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทจึงยังคงเป็นของโจทก์ จำเลยจึงไม่อาจขอให้ขับไล่โจทก์และให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2835/2546 นางสาวพวงจันทร์ ฉลาดสุนทรวาที โจทก์ นายนพรัตน์ ทองประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวพวงจันทร์ ฉลาดสุนทรวาที · จำเลย - นายนพรัตน์ ทองประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวินิตย์ ศรีภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศักดิ์ชัย ทัศนชัยกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา