⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3431/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หุ้นส่วนไม่จัดทำบัญชีและไม่แบ่งปันผลกำไร ถือเป็นการประพฤติผิดสัญญาหุ้นส่วนในสาระสำคัญอันเป็นเหตุให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้ แต่การฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่งผลกำไรหรือบังคับให้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนโดยที่ยังมิได้มีการชำระบัญชีหรือตกลงกันเป็นอย่างอื่นนั้น ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่มีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการบังกะโลให้เช่า จำเลยไม่จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย งบกำไรขาดทุน ไม่แบ่งปันผลกำไรให้โจทก์ ถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดสัญญาหุ้นส่วนในสาระสำคัญ เป็นเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (1), 1061 และ 1062 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่งผลกำไรหรือขอบังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินอันมีลักษณะคืนทุนโดยที่ยังมิได้ชำระบัญชีหรือตกลงให้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนด้วยวิธีอื่นระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้และไม่มีฝ่ายใดฎีกาในปัญหานี้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1057 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1061 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1062

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยตกลงเข้าหุ้นส่วนประกอบกิจการบังกะโลให้บริการเช่าที่พักแก่นักท่องเที่ยวโดยตกลงแบ่งผลกำไรคนละครึ่ง นับแต่เปิดดำเนินกิจการจนถึงวันที่โจทก์มีหนังสือบอกเลิกห้างหุ้นส่วนไปยังจำเลยเป็นเวลา 9 ปี 5 เดือน มีผลกำไรจากการประกอบกิจการรวมเป็นเงิน 4,520,000 บาท แต่จำเลยไม่นำผลกำไรมาแบ่งปันให้โจทก์ และไม่จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย งบกำไร งบขาดดุล แจ้งให้โจทก์ทราบ อันเป็นการประพฤติผิดสัญญาหุ้นส่วนในข้อสาระสำคัญ ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์และจำเลยเลิกการเป็นหุ้นส่วน ให้จำเลยชำระผลกำไรให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 2,260,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้มีคำพิพากษาเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญในการประกอบกิจการบังกะโลชื่อโลตัสระหว่างโจทก์จำเลยและชำระบัญชีของห้าง ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารส่วนของจำเลยออกไปจากที่ดินทั้งสองแปลง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนสามัญในการประกอบกิจการโลตัสบังกะโลระหว่างโจทก์จำเลยเลิกกัน ให้จัดการชำระบัญชี ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,864,500 บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 21 มิถุนายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 480,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนประกอบกิจการบังกะโลให้เช่า จำเลยผิดสัญญาหุ้นส่วนโดยไม่จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย งบกำไรขาดทุน ไม่แบ่งปันผลกำไรให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าเป็นการประพฤติผิดสัญญาหุ้นส่วนในสาระสำคัญ เป็นเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (1) มาตรา 1061 และมาตรา 1062 การที่โจทก์ฟ้องเรียกเอาส่วนแบ่งผลกำไรหรือขอบังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินอันมีลักษณะคืนทุนโดยที่ยังมิได้ชำระบัญชีหรือตกลงให้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนด้วยวิธีอื่นระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยกัน จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ในส่วนนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยแม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้และไม่มีฝ่ายใดฎีกาในปัญหาข้อนี้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247 พิพากษาแก้เป็นว่า คำขออื่นตามฟ้องนอกเหนือจากให้เลิกห้างหุ้นส่วนและขอให้ชำระบัญชีให้ยกเสียทั้งสิ้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2546 นายนิคม สมวงศ์ โจทก์ นายบัญชา วิชัยดิษฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนิคม สมวงศ์ · จำเลย - นายบัญชา วิชัยดิษฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สายันต์ สุรสมภพ · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เรวัตร อิศราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายณัฐพงศ์ วงศ์ศิวะวิลาส · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายนุรักษ์ มาประณีต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8735/2542ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา