⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3534/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3534/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ชำระภายหลังวันทำสัญญา ไม่ถือเป็นมัดจำหรือหลักประกันตามกฎหมาย หากมีการบอกเลิกสัญญา สิทธิเรียกร้องให้คืนเงินอันเกิดจากการเลิกสัญญานั้น มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำคำเสนอทางโทรสารขอจองห้องพักระหว่างวันที่ 6 ถึง 12 มกราคม 2535 ไปถึงจำเลยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2534 จำเลยทำคำสนองทางโทรสารตอบรับการจองห้องพักไปถึงโจทก์ในวันเดียวกัน สัญญาจองห้องพักจึงเกิดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2534 โจทก์โอนเงินค่าเช่าห้องพักงวดแรกตามสัญญาให้จำเลยในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 และโอนเงินงวดที่ 2 ให้จำเลยในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2534 เงินที่โจทก์โอนให้แก่จำเลยภายหลังจากวันที่สัญญาจองห้องพักเกิดขึ้นแล้วจึงไม่ใช่มัดจำที่จำเลยจะพึงริบได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 378 (2) เพราะไม่ใช่เงินหรือสิ่งใดที่โจทก์ให้จำเลยไว้ในวันเข้าทำสัญญา ทั้งไม่ใช่หลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 377 เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาจองห้องพักเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2534 โจทก์และจำเลยต้องกลับสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคแรก สิทธิเรียกร้องให้คืนเงินอันเกิดจากการเลิกสัญญานี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ ต้องใช้อายุความ 10 ปี นับแต่วันบอกเลิกสัญญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 จะนำอายุความ 1 ปี เรื่องลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 มาใช้บังคับไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.361 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.419 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงิน ๑,๐๔๔,๓๗๗.๖ ฟรังก์ฝรั่งเศส หรือคิดเป็นเงินไทย ๘,๓๕๔,๗๐๐.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๗๕๙,๕๑๘.๒๖ ฟรังก์ฝรั่งเศส หรือคิดเป็นเงินไทย ๖,๐๗๖,๑๔๖ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์ให้ไว้แก่จำเลยเป็นเงินมัดจำมิใช่เงินชำระค่าจองห้องพัก จำเลยจัดเตรียมห้องพักและอาหารให้แก่ลูกค้าโจทก์เรียบร้อยแล้ว และการขายห้องพักให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศต้องติดต่อล่วงหน้า ๖ เดือน ถึง ๑ ปี การบอกเลิกการจองห้องพักของโจทก์เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายเพราะจำเลยไม่อาจติดต่อนักท่องเที่ยวเข้าพักแทนได้ทัน จำเลยไม่เคยตกลงกับโจทก์ให้บอกเลิกการเข้าพักล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยครอบครองเงินดังกล่าวเพื่อตนเองโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๕ ปีแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินคืน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๘๘๕,๔๓๓.๐๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๔ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยต้องคืนเงินให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทำคำเสนอขอจองห้องพักไปถึงจำเลยเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๔ โดยมีข้อเสนอจะชำระเงินให้แก่จำเลยในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ เป็นเงินร้อยละ ๒๕ ของราคาทั้งหมดและจะชำระอีกในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๔ เป็นเงินร้อยละ ๔๕ ของยอดที่เหลือ ส่วนที่เหลือจะชำระให้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันสิ้นสุดการพักตามโทรสารเอกสารหมาย จ. ๖ ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๔ จำเลยทำคำสนองตอบรับการจองห้องพักและเงื่อนไขการแบ่งชำระค่าห้องพักจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ. ๕ สัญญาจองห้องพักจึงเกิดขึ้นในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๓๔ ไม่ใช่วันที่โจทก์ชำระเงินค่าห้องพักให้จำเลย ส่วนวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๓๕ เป็นระยะเวลาเข้าพักในห้องพักที่จองไว้ แต่ในวันที่สัญญาเกิดซึ่งถือว่าเป็นวันที่ทำสัญญาโจทก์ไม่ได้ชำระเงินหรือสิ่งใดแก่จำเลยไว้ จนกระทั่งในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ จำเลยจึงทวงเงินค่าห้องพักงวดแรกตามโทรสารเอกสารหมาย จ. ๒๑ โจทก์เพิ่งจะโอนเงินงวดแรกให้จำเลยเป็นเงิน ๒๘๘,๗๖๘.๒๖ ฟรังก์ฝรั่งเศส ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ และโอนเงินในงวดที่สองให้จำเลยเป็นเงิน ๔๘๘,๒๕๐ ฟรังก์ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ ส่วนที่เหลือจะชำระภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันสิ้นสุดการพัก ดังนั้น เงินที่โจทก์โอนให้แก่จำเลยภายหลังจากวันที่สัญญาจองห้องพักเกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ใช่มัดจำที่จำเลยจะพึงริบเอาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๘ (๒) เพราะไม่ใช่เงินหรือสิ่งใดที่โจทก์ให้จำเลยไว้ในวันเข้าทำสัญญา ทั้งไม่ใช่หลักประกันในการปฏิบัติตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๗๗ หากแต่เป็นเงินที่โจทก์ชำระให้จำเลยเป็นงวด ๆ ตามข้อตกลงในสัญญา เมื่อโจทก์บอกเลิกการจองห้องพักซึ่งเป็นการบอกเลิกสัญญา โจทก์และจำเลยต้องกลับสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรคแรก จำเลยต้องคืนเงินให้โจทก์ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ ๓,๐๐๐ บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3534/2546 บริษัทพาลเท็ล เอลลูเออร์ จำกัด โจทก์ บริษัทโรแยลคลีฟ บีช โฮเต็ล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทพาลเท็ล เอลลูเออร์ จำกัด · จำเลย - บริษัทโรแยลคลีฟ บีช โฮเต็ล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พลรัตน์ ประทุมทาน · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เรวัตร อิศราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธนาพนธ์ ชวรุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายอิสสระ นิ่มละมัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 272/2490ฎีกา 4590/2553ฎีกา 4415/2528ฎีกา 6105/2531ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1687/2497ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1510/2520ฎีกา 1348/2508ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537ฎีกา 6565/2544ฎีกา 1065/2513ฎีกา 905/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา