⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4085/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4085/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องที่ขอให้ศาลระงับการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์นั้น หากมีใจความแสดงให้เห็นว่าเป็นการขอคุ้มครองสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับทรัพย์สินคืน หากตนชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ ย่อมถือเป็นคำขอคุ้มครองประโยชน์ตามมาตรา 264 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะใช้ถ้อยคำว่าขอทุเลาการบังคับมาในคำร้องที่โจทก์ยื่นพร้อมกับอุทธรณ์ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง แต่ก็มีใจความว่าหากศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามเอาทรัพย์พิพาทของโจทก์คืนมาจากจำเลย จึงพอแปลได้ว่าคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ขอคุ้มครองประโยชน์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 264 ไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา 231

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับนายเชื้อ ภักดีพินิจ และขอให้พิพากษาว่าการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทที่จำเลยทำขึ้นเป็นไปโดยมิชอบ จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในที่ดินพิพาท จำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาโดยถูกต้องและจดทะเบียนจำนองไว้แก่ธนาคารโดยชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งว่า ตามคำร้องแปลได้ว่าโจทก์ขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ เห็นสมควรมีคำสั่งห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างอุทธรณ์ จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่ง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทในระหว่างอุทธรณ์นั้นเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะใช้ถ้อยคำว่าขอทุเลาการบังคับมาในคำร้องที่โจทก์ยื่นพร้อมกับอุทธรณ์ที่คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง แต่ก็มีใจความว่าหากศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการติดตามเอาทรัพย์พิพาทของโจทก์คืนมาจากจำเลย จึงพอแปลได้ว่าคำร้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ขอคุ้มครองประโยชน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา ๒๓๑ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ในข้อนี้ชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4085/2546 นางเล็ก ขำเอนก โจทก์ นางสาวสายใจ ภักดีพินิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเล็ก ขำเอนก · จำเลย - นางสาวสายใจ ภักดีพินิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ปิติสันต์ · วิชา มหาคุณ · สุภิญโญ ชยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 920/2524ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 4309/2534ฎีกา 258/2549ฎีกา 3900/2532ฎีกา 1287/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา