⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5030/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5030/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายยาเสพติดให้โทษที่ได้ตกลงซื้อขายกันแน่นอนและมีการส่งมอบกันแล้ว ถือว่าการกระทำนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่ใช่เป็นเพียงการพยายามกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งห้าตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่ผู้ล่อซื้อโดยจำเลยทั้งห้าตรวจดูเงินที่ใช้ในการล่อซื้อและพาสิบตำรวจเอก อ. ไปตรวจรับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ซ่อนไว้ในบังกาโลเฟรนด์ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดขึ้นรถยนต์กระบะที่จำเลยที่ 1 ขับ และวางเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ที่วางเท้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านที่สิบตำรวจเอก อ. นั่งมาเพื่อส่งมอบต่อให้แก่ร้อยตำรวจเอก บ. ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเช่นนี้ แม้จำเลยทั้งห้าจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมก่อนรับเงินค่าซื้อขายของกลาง การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งตรวจนับจำนวนแน่นอนและส่งมอบแล้วย่อมเป็นอันเสร็จบริบูรณ์ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงพยายามจำหน่ายแมทแอมเฟตามีน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๕ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนของกลางอื่นโจทก์จะร้องขอให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไป จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว เฉพาะจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง คดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งห้า ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ โดยจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๘๐ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งห้าฎีกา โดยจำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ลดโทษ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจได้วางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ ๑ กับพวก และในวันต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งห้าได้พร้อมของกลาง แต่การที่จำเลยทั้งห้าตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจ ผู้ล่อซื้อ โดยจำเลยทั้งห้าตรวจดูเงินที่ใช้ในการล่อซื้อและพาสิบตำรวจเอกอภิสิทธิ์ไปตรวจรับเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ซ่อนไว้ในบังกาโลเฟรนด์ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดขึ้นรถยนต์กระบะคันที่จำเลยที่ ๑ ขับ และวางเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ที่วางเท้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านที่สิบตำรวจเอกอภิสิทธิ์นั่งมาเพื่อส่งมอบต่อให้แก่ร้อยตำรวจเอกบุญส่งที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเช่นนี้ แม้จำเลยทั้งห้าจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมก่อนรับเงินค่าซื้อขายของกลาง การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งตรวจนับจำนวนแน่นอนและส่งมอบแล้ว ย่อมเป็นอันเสร็จบริบูรณ์ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ปัญหานี้แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย อนึ่ง ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกามีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๙ ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ และมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ข้อความใหม่ แต่คดีนี้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งห้า จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งห้า พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง วรรคสอง , ๖๖ วรรคสอง และ ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ อันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรากฏว่า ความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งห้า แต่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ สมควรลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒ (๑) คงจำคุกจำเลยทั้งห้าตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5030/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมศักดิ์ สินเช้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสมศักดิ์ สินเช้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมบัติ อรรถพิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิชิต ลีธรรมชโย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เตชะกำธร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4521/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 7217/2544ฎีกา 180/2554ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 5632/2551ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 199/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา