คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8466/2546
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด.
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานหลักทรัพย์และเอาไปเสียซึ่งเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 188 และ 335 (3) วรรคแรก โดยความผิดฐานหลักทรัพย์กับความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหลักทรัพย์อื่นเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี กับมีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก และ 268 รวม 5 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงว่า จำเลยกระทำผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิปลอม ตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก 265 และ 268 วรรคแรก ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง โดยวางโทษตาม มาตรา 265 รวม 4 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นายสุเทพ กิตติวัชราพงษ์ กับพวก · จำเลย - นายสมเดช บุญมี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิชา มั่นสกุล · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ยงยศ นิสภัครกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายเฉลิมชัย ศรีเลิศชัยพาณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา