⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1024/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันจุดประทัดโยนขว้างใส่ผู้อื่น โดยเล็งเห็นว่าประทัดอาจระเบิดและทำอันตรายแก่ร่างกายได้ ถือว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้นั้นโดยย่อมเล็งเห็นผล แม้จะไม่อาจระบุได้ว่าประทัดดอกใดหรือจำเลยคนใดเป็นผู้กระทำโดยตรง แต่หากการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ก็อาจลงโทษฐานพยายามทำร้ายร่างกายได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งเก้าร่วมกันจุดประทัดโยนขว้างใส่ขบวนผ้าป่าซึ่งโจทก์ร่วมได้ร่วมขบวนมาด้วย และประทัดที่พวกจำเลยจุดได้เกิดระเบิดถูกตาซ้ายของโจทก์ร่วม เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยทั้งเก้าย่อมทราบดีว่าประทัดเป็นดอกไม้เพลิงซึ่งสามารถทำอันตรายแก่ร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าเมื่อจำเลยทั้งเก้าจุดประทัดโยนขว้างใส่โจทก์ร่วม เมื่อประทัดเกิดระเบิด โจทก์ร่วมย่อมได้รับอันตราย ถือได้ว่าจำเลยทั้งเก้าทุกคนมีเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วมโดยย่อมเล็งเห็นผล แม้โจทก์และโจทก์ร่วมจะไม่ทราบและนำสืบให้ได้ความว่าประทัดดอกใดจำเลยคนใดเป็นผู้จุดแล้วโยนขว้างใส่โจทก์ร่วมอันเป็นเหตุทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายก็ตาม ก็มีผลเพียงจะลงโทษจำเลยทั้งเก้าฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้เท่านั้น คงลงโทษได้เพียงฐานพยายามทำร้ายร่างกาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 295, 297, 83 จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายวันชัย ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเก้ามีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 295 ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุกคนละ 4 เดือน ปรับคนละ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งเก้าอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยที่ 6 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 จากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 ต่างจุดประทัดโยนใส่ขบวนผ้าป่าก็ตาม แต่ตามฟ้องบรรยายชัดว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 กับพวกร่วมกันจุดสายชนวนประทัดแล้วโยนใส่โจทก์ร่วม แรงระเบิดของประทัดทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัส แสดงให้เห็นว่า โจทก์ประสงค์จะให้ศาลลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 กับพวกที่จุดประทัดดอกที่เกิดเหตุเพียงดอกเดียวเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 ต่างจุดประทัดดอกอื่น จึงมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 ฐานพยายามทำร้ายร่ายกายได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสี่ ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 อีกต่อไป พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฟ้องที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงในทางพิจารณามิใช่ข้อสาระสำคัญ และจำเลยทั้งเก้ามิได้หลงข้อต่อสู้สำหรับประเด็นที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ถึงที่ 9 อุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำความผิด ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังมิได้วินิจฉัย จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยที่ 7 ถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 7 จากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 ฎีกาว่า โจทก์และโจทก์ร่วมมิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยทั้งเก้ามีเจตนาร่วมกันในการจุดประทัดและโยนประทัดดอกที่เกิดเหตุใส่โจทก์ร่วม โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบเพียงว่าประทัดถูกโยนมาจากกลุ่มของจำเลยเท่านั้น โดยมิได้นำสืบให้เห็นชัดว่าจำเลยคนใดจุดและโยนประทัดขว้างใส่โจทก์ร่วมจึงเป็นกรณีที่น่าสงสัยว่าจำเลยทั้งเก้าจะมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดทุกคนหรือไม่ และจะเหมารวมว่าจำเลยทุกคนมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิดโดยโยนประทัดขว้างใส่โจทก์ร่วมหาได้ไม่นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังได้ว่า จำเลยทั้งเก้าได้ร่วมกันจุดประทัดโยนใส่ขบวนผ้าป่าซึ่งโจทก์ร่วมได้ร่วมขบวนมาด้วย และประทัดที่พวกจำเลยจุดได้เกิดระเบิดถูกตาซ้ายของโจทก์ร่วม เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย เห็นว่า จำเลยทั้งเก้าย่อมทราบดีว่าประทัดเป็นดอกไม้เพลิงซึ่งสามารถทำอันตรายแก่ร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บได้ ทั้งจำเลยทั้งเก้าย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าเมื่อจำเลยทั้งเก้าจุดประทัดโยนขว้างใส่โจทก์ร่วม เมื่อประทัดเกิดระเบิด โจทก์ร่วมย่อมได้รับอันตราย ถือได้ว่าจำเลยทั้งเก้าทุกคนมีเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วมโดยย่อมเล็งเห็นผล แม้โจทก์และโจทก์ร่วมจะไม่ทราบและนำสืบให้ได้ความว่าประทัดดอกใดจำเลยคนใดเป็นผู้จุดแล้วโยนขว้างใส่โจทก์ร่วมอันเป็นเหตุทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายก็ตาม ก็มีผลเพียงจะลงโทษจำเลยทั้งเก้าฐานทำร้ายร่างกายไม่ได้เท่านั้น คงลงโทษได้เพียงฐานพยายามทำร้ายร่างกาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ที่ 8 และที่ 9 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2547 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ โจทก์ นายวันชัย คำมี โจทก์ร่วม นายสุชาติ อารีญาติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิ · โจทก์ร่วม - นายวันชัย คำมี · จำเลย - นายสุชาติ อารีญาติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย เหลืองวิไล · ปัญญา สุทธิบดี · สถิตย์ อรรถบลยุคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายพรชัย ชินตาปัญญากุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 789/2480ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 729/2483ฎีกา 3578/2531ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา