⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 175-176/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175-176/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายโดยวิธีปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของจำเลย ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว หากจำเลยไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ได้รับทราบข้อความตามหมายในครั้งก่อน ๆ และไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอ้างว่าไม่ได้รับทราบหมายในครั้งนี้.

ย่อคำพิพากษา

การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับในครั้งนี้ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน จึงต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลย จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงอีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยและมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,300,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท วันที่ 7 มีนาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยเพิ่งทราบว่าแพ้คดีหลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดที่ดินของจำเลยแล้ว และจากการตรวจสำนวนจึงพบว่า นายชัยวัฒน์ นกเทศ และนายสมปอง พุ่มห้วยรอบ นำใบแต่งทนายความที่จำเลยลงชื่อให้ทนายความคนอื่นไว้ไปกรอกข้อความแต่งตั้งตนเองเป็นทนายจำเลยและเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่มีอำนาจ ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาคดีนี้ทั้งหมด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม 2545 ให้ศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ก่อน หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายแล้วให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดังกล่าวมาวางศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมาย โดยให้ปิดหมายได้ วันที่ 23 พฤษภาคม 2545 ศาลชั้นต้นออกหมายนัดแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยปฏิบัติ วันที่ 26 เดือนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นนำหมายนัดฉบับนี้ไปปิดที่หน้าบ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลย เนื่องจากไม่พบจำเลยและไม่มีผู้รับหมายไว้แทน วันที่ 17 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่เคยพบเห็นหมายนัดของศาลชั้นต้นดังกล่าว ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อมาตรวจสำนวน จึงขออนุญาตวางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ยื่นคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การส่งหมายนัดนั้นได้ส่งไปที่ภูมิลำเนาของจำเลยโดยชอบแล้ว ถือว่าจำเลยทราบ ข้ออ้างของจำเลยไม่มีเหตุให้รับฟัง ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับและมีคำสั่งว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2544 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ทราบคำสั่งศาลตามหมายนัดที่ปิดไว้ ขอให้อนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ใหม่นั้น เห็นว่า การส่งหมายเรียกและหมายนัดให้แก่จำเลยในครั้งก่อน ๆ ล้วนเป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาของจำเลยคือ บ้านเลขที่ 6 ถนนเทศบาล 3 ซอย 4 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งสิ้น และทุกครั้งจำเลยก็ไม่เคยโต้แย้งว่ามิได้ทราบข้อความตามหมายเหล่านั้น สำหรับครั้งเกิดเหตุในวันที่ 26 พฤษภาคม 2545 ก็เป็นการส่งโดยวิธีปิดหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จำเลยกล่าวอ้างมาในคำร้องและอุทธรณ์ฎีกาเพียงว่า จำเลยไม่เห็นและไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตามหมายนัดดังกล่าว โดยไม่ปรากฏเหตุผลเลยว่าเพราะเหตุใดการปิดหมายในครั้งนี้จึงแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ แม้มีผู้ใดรับหมายไว้แทนจำเลยดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกา จำเลยก็อาจบ่ายเบี่ยงไปได้อีกว่าผู้รับหมายไว้แทนไม่ได้นำหมายไปมอบให้จำเลย กรณีไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลย และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์เสียนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175 - 176/2547 บริษัทรื่นก่อสร้าง จำกัด โจทก์ นางอัจฉรา เจียมพิรุฬห์กิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทรื่นก่อสร้าง จำกัด · จำเลย - นางอัจฉรา เจียมพิรุฬห์กิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 345/2520ฎีกา 3488/2545ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 10/2548ฎีกา 1395/2534ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 4041/2542ฎีกา 12445/2547ฎีกา 2379-2380/2532ฎีกา 3794/2536ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5441/2546ฎีกา 5015/2541ฎีกา 568/2531ฎีกา 477/2532ฎีกา 5393/2542ฎีกา 7385/2556ฎีกา 4378/2531ฎีกา 1077/2532ฎีกา 3803/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ