คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6212/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ไม่ต้องมีใบอนุญาตอีก
ย่อคำพิพากษา
เครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย การครอบครองเครื่องกระสุนปืนของกลางจึงไม่ต้องมีใบอนุญาตอีก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ ริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ วรรคสอง ลงโทษจำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน เนื่องจากเครื่องกระสุนปืนของกลางมีจำนวนมากถึง ๓๗๐ นัด เป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนโดยส่วนรวม จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ริบของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ร้อยโทผจญผู้บังคับหมวดลาดตระเวนกองพันทหารม้าที่ ๑๒ อำเภอเด่นชัย ซึ่งปฏิบัติราชการสนามที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ ๓ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นำทหารประมาณ ๕๐ คน เข้าตรวจค้นบ้านของจำเลยและบริวารจำเลยซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันรวม ๑๑ หลัง จากการตรวจค้นพบอาวุธปืน ๙ กระบอก มีใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนได้ตามกฎหมาย ตามสำเนาใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน นอกจากนี้ยังพบเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องซึ่งเป็นขนาดเดียวกับอาวุธปืนทั้ง ๙ กระบอก และอุปกรณ์เกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธปืนทั้ง ๙ กระบอก ได้คืนให้แก่เจ้าของไปแล้ว ส่วนเครื่องกระสุนปืนตามฟ้องและอุปกรณ์เกี่ยวกับอาวุธปืน ร้อยโทผจญยึดมาเป็นของกลาง แล้วนำตัวจำเลยพร้อมของกลางส่งมอบพนักงานสอบสวน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ จำเลยนำสืบว่า นางสาวอรุณีบุตรสะใภ้จำเลย จำเลย นายวิจารณ์บุตรชายจำเลย และนายอะหลู่ผ่าน้องชายจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ดังนั้น เครื่องกระสุนปืนของกลางตามฟ้องจึงเป็นเครื่องกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธปืนที่นางสาวอรุณี จำเลย นายวิจารณ์ และนายอะหลู่ผ่าซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนโดยชอบแล้ว และกระสุนปืนของกลางแต่ละขนาดต่างก็อยู่ในความครอบครองของผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแต่ละคน การครอบครองเครื่องกระสุนปืนของกลางจึงไม่ต้องมีใบอนุญาตอีก การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6212/2547
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง โจทก์
นายเล่าต๋าหรือเลาต๋า แสนลี่ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง · จำเลย - นายเล่าต๋าหรือเลาต๋า แสนลี่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลรัตน์ ประทุมทาน · สุรพล เจียมจูไร · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฝาง - นายอำนาจ โชติชะวารานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายเอกชัย ชินณพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา