คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามกฎหมายเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งศาลจะพิจารณาตามเหตุผลที่เห็นสมควร และไม่จำเป็นต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาโดยชัดแจ้ง
ย่อคำพิพากษา
การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้น ศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป และจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้เท่าใดก็ได้ ตามเหตุผลที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลานั้นโดยชัดแจ้ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์ แสดงว่าศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ตามเหตุที่โจทก์ระบุในคำร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้ารื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์
จำเลยทั้งห้าให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันรื้อถอนเสาไฟฟ้า 1 ต้น บ่อดักไขมันและทางระบายน้ำออกจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 12019 ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ และปรับสภาพที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย กับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 4,000 บาท แก่โจทก์ และร่วมกันชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อถอนเสาไฟฟ้า บ่อดักไขมัน และทางระบายน้ำออกจากที่ดินของโจทก์ ให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ให้เป็นพับ
จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แก้ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาตามคำร้องของโจทก์ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2545 ว่าไม่ชอบเพราะมิใช่กรณีมีพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว และสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปนั้น เห็นว่า การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้น ศาลจะขยายระยะเวลาให้ตามคำร้องหรือไม่เป็นดุลพินิจที่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป และจะอนุญาตขยายระยะเวลาให้เท่าใดก็ได้ ตามเหตุผลที่เห็นสมควรโดยไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตขยายระยะเวลานั้นโดยชัดแจ้ง การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาให้โจทก์แสดงว่าศาลชั้นต้นเห็นว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกาได้ตามเหตุที่โจทก์ระบุในคำร้อง ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาจึงชอบแล้ว
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 3,000 บาท.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2547
นายกมล ดำรงทวีศักดิ์ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังน้อยปิโตรเลียม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกมล ดำรงทวีศักดิ์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวังน้อยปิโตรเลียม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชาลี ทัพภวิมล · สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายณัฐพร ณ กาฬสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา