⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 858/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2547

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.15 · ป.วิ.อาญา ม.176, 227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยให้การรับสารภาพ แต่โจทก์ยังมีหน้าที่นำพยานหลักฐานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพให้ศาลรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ลำพังคำรับสารภาพของจำเลยไม่อาจลงโทษจำเลยได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล แต่โจทก์ก็ยังมีหน้าที่นำพยานหลักฐานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยให้ศาลรับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง จึงจะลงโทษจำเลยได้ ลำพังแต่คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนไม่อาจจะยกขึ้นมาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ อีกทั้งเมทแอมเฟตามีนของกลางมีน้ำหนักเพียง 13.50 กรัม และไม่ปรากฏว่าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้จำนวนเท่าใด จึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม) ที่จะถือว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 91, 102 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 102 จำคุก 12 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) จำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจโทเชาวลิต เนียมวดี กับพวก ร่วมกันจับกุมจำเลยได้และยึดได้เมทแอมเฟตามีน 150 เม็ด น้ำหนัก 13.50 กรัม หลอดเครื่องดื่ม 37 หลอด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเป็นของกลาง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบมาได้ความเพียงว่า ก่อนจับกุมจำเลยประมาณ 1 สัปดาห์ พันตำรวจโทเชาวลิตสืบทราบว่าจำเลยและภริยาลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลย แล้วพันตำรวจโทเชาวลิตกับพวกขอหมายค้นจากศาลชั้นต้นไปตรวจค้นบ้านของจำเลยเท่านั้น ไม่ได้มีการวางแผนเพื่อจับกุมโดยวิธีการล่อซื้อ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามที่สืบทราบและมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้อง ทั้งตามหมายค้นก็ระบุว่าผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่บ้านของจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายเท่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ถึงอย่างไรก็ตามข้อความที่สืบทราบมาดังกล่าวโจทก์มีแต่พันตำรวจโทเชาวลิตเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนย่อมมีน้ำหนักน้อย และแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล แต่โจทก์ก็ยังมีหน้าที่นำพยานหลักฐานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยให้ศาลรับฟังได้จนเป็นที่พอใจว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง จึงจะลงโทษจำเลยได้ ลำพังแต่คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนไม่อาจจะยกขึ้นมาลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ และแม้เมทแอมเฟตามีนของกลางจะมีจำนวน 150 เม็ด ก็ไม่แน่ว่าจำเลยจะมีไว้เพื่อจำหน่ายเสมอไป ทั้งเมทแอมเฟตามีนของกลางมีน้ำหนักเพียง 13.50 กรัม และไม่ปรากฏว่าคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้จำนวนเท่าใด จึงไม่ต้องด้วยข้อสันนิษฐานของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม) ที่จะถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความจริง แต่พยานหลักฐานโจทก์เท่าที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักพอฟังว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2547 พนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์ นายจำลอง ครึ่งธิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพังงา · จำเลย - นายจำลอง ครึ่งธิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ บุญชัด · มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เตชะกำธร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1089/2559ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 848/2545ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 962/2560ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 7947/2561
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ