⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1524/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2548

ป.วิ.แพ่ง ม.141, 143, 194

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยในคำพิพากษาตามมาตรา 143 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นโดยไม่เจตนา มิใช่การโต้แย้งคำพิพากษาเดิม

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในต้นเงิน 133,186.90 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2545 ซึ่งไม่ตรงกับที่โจทก์ขอโดยไม่ให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาด้วยวาจาเพราะดำเนินคดีอย่างคดีมโนสาเร่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 141 วรรคท้าย 194,196 เนื้อหาของคำพิพากษาจึงมีเพียงให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์และรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น แต่การที่โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงตรงตามคำฟ้องโดยศาลชั้นต้นมิได้รับฟังข้อเท็จจริงแตกต่างจากทางนำสืบของโจทก์ทั้งในคำพิพากษาก็ระบุจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดไม่เกิน 48,159.19 บาท สอดคล้องกับทางนำสืบของโจทก์ จึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเห็นด้วยกับทางนำสืบของโจทก์ทุกประการ เพียงแต่เขียนคำพิพากษาตามรูปแบบของคำพิพากษาด้วยวาจาระบุวันเดือนปีที่คิดดอกเบี้ยผิดพลาดไปจากข้อวินิจฉัย การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขวันเดือนปีที่คิดดอกเบี้ยเป็นวันที่ 29 ตุลาคม 2541 ให้ถูกต้อง จึงเป็นกรณีขอแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยตามมาตรา 143 วรรคหนึ่ง มิใช่เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ชอบที่ศาลชั้นต้นจะแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.194

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.194 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 133,186.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 48,159.19 บาท หากชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4222 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้บังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนกว่าจะชำระครบถ้วนกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยชำระหนี้แก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2541 โจทก์ซึ่งรับโอนสิทธิจากธนาคารดังกล่าวจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยนับแต่วันดังกล่าว จึงขอให้แก้ไขคำพิพากษาเป็นให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญญาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาตามที่โจทก์ขอหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 140,000 บาท แต่จำเลยมิได้ผ่อนชำระตรงตามงวดที่ตกลงไว้ในสัญญาโดยชำระครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2541 จำนวน 2,000 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยคงค้างชำระต้นเงิน 133,186.90 บาท และดอกเบี้ย 13,686.49 บาท ต่อมาจำเลยได้รับสภาพหนี้โดยทำสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับโจทก์ซึ่งรับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แต่จำเลยผิดเงื่อนไขการชำระหนี้อีกโดยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2545 ในวันดังกล่าวจำเลยคงค้างชำระต้นเงิน 133,186.90 บาท และดอกเบี้ย 35,989.97 บาท โจทก์คำนวณดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวตลอดมาจนถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ย 48,159.19 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวม 181,346.09 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 133,186.90 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำให้การแต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 133,186.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 48,159.19 บาท หากชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ให้บังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยจนกว่าจะชำระครบถ้วน ซึ่งเมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนดอกเบี้ยปรากฏว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในต้นเงินที่ค้างชำระ 133,186.90 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2545 ซึ่งไม่ตรงกับที่โจทก์ขอโดยไม่ให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยเนื่องจากคดีนี้ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิพากษาคดีได้ด้วยวาจาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 141 วรรคท้าย 194,196 เนื้อหาของคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงมีเพียงให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์และรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าคดีนี้โจทก์นำพยานเข้าสืบฝ่ายเดียวและสืบข้อเท็จจริงตรงตามที่กล่าวอ้างในคำฟ้อง และไม่ปรากฏข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่ารับฟังแตกต่างจากทางนำสืบของโจทก์ทั้งในคำพิพากษาก็ระบุจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องรับผิดไม่เกิน 48,159.19 บาท สอดคล้องกับทางนำสืบของโจทก์ กรณีจึงถือได้ว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเห็นด้วยกับทางนำสืบของโจทก์ทุกประการเพียงแต่เขียนคำพิพากษาออกมาตามรูปแบบของคำพิพากษาด้วยวาจาระบุวันเดือนปีที่คิดดอกเบี้ยผิดพลาดไปจากข้อวินิจฉัยซึ่งเห็นด้วยกับคำฟ้อง การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขวันเดือนปีที่คิดดอกเบี้ยจากวันที่ 25 มกราคม 2545 เป็นวันที่ 29 ตุลาคม 2541 ให้ถูกต้องตรงกับทางนำสืบและคำฟ้อง จึงเป็นกรณีขอแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคหนึ่ง มิใช่เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ชอบที่ศาลชั้นต้นจะแก้ไขข้อผิดหลงเล็กน้อยนั้นได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาต้องกันมาให้ยกคำร้องของโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 133,186.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1524/2548 บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนบุรี จำกัด โจทก์ นางสาวหรือนางนวลผ่อง ประเสริฐหรือเทียนขาว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์ธนบุรี จำกัด · จำเลย - นางสาวหรือนางนวลผ่อง ประเสริฐหรือเทียนขาว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5523/2536ฎีกา 8688/2551ฎีกา 1977/2564ฎีกา 9376/2539ฎีกา 1734/2506ฎีกา 2303/2533ฎีกา 6210/2534ฎีกา 1290/2529ฎีกา 6746/2538ฎีกา 1726/2562ฎีกา 7066/2539ฎีกา 854/2563ฎีกา 1025/2538ฎีกา 8747/2558ฎีกา 533/2521ฎีกา 6353/2544ฎีกา 710/2499ฎีกา 8640/2542ฎีกา 1065/2513ฎีกา 434-435/2505ฎีกา 1323/2538ฎีกา 615/2502ฎีกา 6232/2564ฎีกา 2205/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา