⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1792/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ถือเป็นที่สุดตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคำสั่งดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีข้อความโต้แย้งคำพิพากษาของศาชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีจึงต้องด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางสุรัสวดี จูฑะศรี เมื่อประมาณต้นปี 2545 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้รับจำนอง และจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 661/2542 ของศาลชั้นต้น ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ โดยยึดและประเมินราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 45381 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีนางสุรัสวดีเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงโดยประเมินราคาเพียง 3,200,600 บาท ทั้งที่จำเลยที่ 1 เคยประเมินราคาไว้สูงกว่า 6,000,000 บาท เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะขายทรัพย์ได้ราคาต่ำกว่าของจริง ขอให้เพิกถอนการประเมินราคา และประเมินราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใหม่ กับขายทอดตลาดใหม่ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ใช้สิทธิบังคับโดยสุจริตเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาตามระเบียบของกรมบังคับคดีโจทก์สามารถที่จะคัดค้านราคาประเมิน แต่โจทก์ไม่กระทำ และไม่ได้ใช้สิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด จึงถือว่าการบังคับคดีในส่วนนั้นสิ้นสุด โจทก์ไม่สามารถขอให้เพิกถอนการขายได้ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า การยึด การประเมินราคาและการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิเกี่ยวกับการบังคับคดีในคดีเดิม โจทก์ฟ้องคดีเพื่อประวิงมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ในวันสืบพยานโจทก์ โจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ต่อไป จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลรับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ความว่า ในกรณีที่มีการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ เมื่อผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีข้อความโต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีต้องต้องด้วยมาตรา 236 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกา ให้คืนค่าฤชาธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2548 นายจรูญพงศ์ อินทจาร ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นางสุรัสวดี จูฑะศรี โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจรูญพงศ์ อินทจาร ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสุรัสวดี จูฑะศรี · จำเลย - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · มานะ ศุภวิริยกุล · ชาลี ทัพภวิมล
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6602/2541ฎีกา 432/2503ฎีกา 8277/2551ฎีกา 3190/2530ฎีกา 9276/2542ฎีกา 16/2497ฎีกา 9407/2546ฎีกา 5187/2548ฎีกา 8584/2553ฎีกา 1404/2498ฎีกา 5503/2536ฎีกา 42/2509ฎีกา 4659/2552ฎีกา 10431/2550ฎีกา 432/2542ฎีกา 3666/2540ฎีกา 2197/2548ฎีกา 657-660/2510ฎีกา 628/2532ฎีกา 170/2504ฎีกา 2405/2533ฎีกา 1582/2556ฎีกา 6260/2541ฎีกา 6582/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา