⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2163/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหักกลบลบหนี้ตามกฎหมายไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน หากหนี้ทั้งสองฝ่ายถึงกำหนดชำระแล้ว และไม่มีข้อตกลงห้ามหักกลบลบหนี้ไว้. หนี้ที่มีข้อต่อสู้ที่นำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ หมายถึงหนี้ที่อีกฝ่ายหนึ่งมีข้อโต้แย้งในสาระสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดหรือจำนวนหนี้.

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กำหนดว่าการหักกลบลบหนี้ระหว่างกันนั้นจะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกัน ในขณะเดียวกันโจทก์ก็เป็นลูกหนี้ของจำเลยตามมูลหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน และหนี้ดังกล่าวต่างก็ถึงกำหนดชำระแล้ว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าขณะที่จำเลยทำสัญญาค้ำประกันหนี้ต่อโจทก์นั้น ทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาไม่ให้นำหนี้ที่มีอยู่ต่อกันนั้นมาหักกลบลบกัน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบกันได้ โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์แต่ประการใด หนี้ที่ยังมีข้อต่อสู้ที่นำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ตามมาตรา 344 หมายถึงหนี้ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างแล้วอีกฝ่ายหนึ่งมีข้อโต้แย้งไม่ยอมรับในข้อสาระสำคัญ ซึ่งมีผลกระทบถึงความรับผิดในหนี้ดังกล่าวหรือจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิด ซึ่งข้อความในเอกสารหมาย ล.7 หาได้มีข้อความตอนใดที่เป็นการปฏิเสธความรับผิด หรือโต้แย้งจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิดแต่อย่างใดไม่ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้มีข้อต่อสู้อยู่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 9,941,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 9,700,000 บาท นับแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2542 ซึ่งเป็นวันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะใช้สิทธิขอหักกลบลบหนี้กับหนี้เงินกู้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์เป็นหนี้จำเลย โจทก์ฎีกาว่า กรณีที่จำเลยมีหนังสือแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้มายังโจทก์ โจทก์ได้มีหนังสือตอบกลับไปยังจำเลยมีข้อความดังที่ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.7 โต้แย้งหนี้ที่จำเลยแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ทันที เป็นการแสดงว่าโจทก์มิได้ตกลงยินยอมให้จำเลยหักกลบลบหนี้ หนี้ที่จำเลยนำมาขอหักกลบจึงเป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้อยู่ ไม่อาจนำมาหักกลบกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้แต่ประการใดว่า การหักกลบลบหนี้ระหว่างกันนั้นจะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อจำเลยตกเป็นลูกหนี้ของโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันบริษัทบ้านบางปะอิน จำกัด ในขณะเดียวกันโจทก์ก็เป็นลูกหนี้ของจำเลยตามมูลหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งหนี้ดังกล่าวก็ถึงกำหนดชำระแล้วเช่นกัน เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าขณะที่จำเลยทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่บริษัทบ้านบางปะอิน จำกัด มีอยู่ต่อโจทก์นั้น ทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนาไม่ให้นำหนี้ที่มีอยู่ต่อกันนั้นมาหักกลบลบกัน จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบกันได้ โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์แต่ประการใด ที่โจทก์ฎีกาว่าหลังจากที่จำเลยมีหนังสือแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้มายังโจทก์ โจทก์มีหนังสือโต้แย้งการแสดงเจตนาขอหักกลบลบหนี้ตามเอกสารหมาย ล.7 ไปยังจำเลย หนี้ที่จำเลยนำมาหักกลบลบหนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้นั้น เมื่อได้พิเคราะห์ข้อความในเอกสารหมาย ล.7 แล้ว ข้อความดังกล่าวมีใจความว่าโจทก์มีความเห็นว่าการแสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ของจำเลยไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และหลักการของการปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัทโจทก์ ซึ่งจะมีผลทำให้จำเลยได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น ๆ นอกจากนี้โจทก์ยังไม่ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยจึงไม่สามารถที่จะขอหักกลบลบหนี้ดังกล่าวได้ โจทก์ขอสงวนสิทธิที่จะเรียกร้องหนี้ค่าสินค้าจากลูกหนี้โดยตรงก่อนที่จะเรียกร้องจากจำเลยผู้ค้ำประกัน เห็นว่า หนี้ที่ยังมีข้อต่อสู้ที่นำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 344 นั้น หมายถึงหนี้ที่ฝ่ายหนึ่งอ้างแล้วอีกฝ่ายหนึ่งมีข้อโต้แย้งไม่ยอมรับในข้อสาระสำคัญ ซึ่งมีผลกระทบถึงความรับผิดในหนี้ดังกล่าวหรือจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิด ซึ่งข้อความในเอกสารหมาย ล.7 หาได้มีข้อความตอนใดที่เป็นการปฏิเสธความรับผิดหรือโต้แย้งจำนวนหนี้ที่จะต้องรับผิดแต่อย่างใดไม่ กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ยังมีข้อต่อสู้อยู่ดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2548 บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วิบูลย์ มีอาสา · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 3045/2545ฎีกา 2776/2525ฎีกา 881/2544ฎีกา 3635/2541ฎีกา 4046/2548ฎีกา 3515/2532ฎีกา 2881/2519ฎีกา 4853/2551ฎีกา 145/2554ฎีกา 336/2525ฎีกา 1553/2527ฎีกา 939/2521ฎีกา 3729/2552ฎีกา 5154/2530ฎีกา 673/2511ฎีกา 908/2532ฎีกา 7523/2540ฎีกา 644/2522ฎีกา 223/2480ฎีกา 1894/2529ฎีกา 7547/2559ฎีกา 289/2567ฎีกา 4844/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ